โสฬสมงคลสูตร

ประวัติความเป็นมาของยันต์โสฬสมหามงคล

ยันต์ เป็นคำโบราณหมายถึง การจาร จารึก หรือเขียนอักขระโบราณลงบนวัสดุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แผ่นเงิน แผ่นทอง แผ่นโลหะ อันเป็นมงคล หรือการสักลงบนร่างกายของมนุษย์ เพื่อแสดงกลุ่มชาติพันธุ์หรือความเป็นหนุ่มที่พร้อมจะรับผิดชอบมีครอบครัว เช่น การสักยันต์ของกลุ่มชาวลาวพุงดำ คือสักตั้งแต่พุงลงไป สำหรับประเทศไทย “ยันต์” ได้รับอิทธิพลจากการเขียนบนหน้าผากของอินเดีย ที่เรียกว่า “ติลก” (Tilok) อันเป็นเครื่องหมายบูชาเทพเจ้า โดยเฉพาะพระศิวะและพระนารายณ์ ซึ่งภายหลังเขมรรับมาทั้งพราหมณ์และพุทธมหายาน และขยายเข้าสู่สยามในเวลาต่อมา โดยบรรดาเกจิคณาจารย์ทั้งหลายก็จะได้รับการถ่ายทอดวิชาการลงอักขระเลขยันต์สืบต่อกันมา
.
เชื่อว่ายันต์แต่ละอย่างจะมีพุทธคุณช่วยให้เกิดความเป็นสิริมงคลในลักษณะต่างๆ กัน และเป็นตำราเฉพาะของแต่ละท่าน
.
ในจำนวนยันต์ทั้งหมด “ยันต์โสฬสมงคลและยันต์โสฬสมหามงคล” จัดเป็นยันต์ชั้นสูง ทำเป็นตัวเลข 3 ชั้น ชั้นนอกลงด้วยเลข 16 ตัว (โสฬส แปลว่า 16 ชั้นฟ้า มีความหมายถึงภูมิชั้นอรูปภูมิอันเป็นถิ่นที่อยู่ของพระพรหมทั้ง 16 ชั้น และหมายถึงพระพุทธคุณแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 16 ประการ) พระมหายันต์นี้ปรากฏหลักฐานในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงตั้ง “ศาลหลักเมือง” โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญ “ยันต์มหาโสฬสมงคล” ประดิษฐานไว้ที่ส่วนยอด เพื่อนำความเจริญรุ่งเรืองและมหามงคล ณ เสาหลักเมือง
.
พระยันต์นี้แม้แต่ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ผู้เจนจบใน พระยันต์ร้อยแปด ทรงพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นยันต์อันวิเศษสุดกว่ายันต์ทั้งปวง พระองค์ได้นำไปประทับในพระอุโบสถของวัดสุทัศนเทพวราราม และเขียนสอดใส่ไว้ใต้หมอนหนุนศีรษะตลอดเวลา จนกระทั่งท่านมรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2487 ลูกศิษย์จึงได้พบแผ่นยันต์มหาโสฬสมงคล วางไว้ใต้หมอนของท่าน รวมถึง หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ก็ได้อัญเชิญไปดัดแปลงจัดสร้างเป็นตะกรุดโสฬสอันลือลั่นด้วย
.
“ยันต์โสฬสมหามงคล” เป็นมหายันต์ที่เกิดจากการนำเอายันต์ 3 ชนิดมารวมกันไว้ โดยใช้ตัวเลขแทนด้วยความหมายมงคลต่างๆ จากภาพ ตรงกลางช่องเล็ก 9 ช่อง คือ ยันต์จตุโร ถัดมาวงกลางเป็น ยันต์สูตรตรีนิสิงเห และด้านนอกสุดเป็น ยันต์อริยสัจโสฬส ส่วนอักขระด้านนอกที่ล้อมยันต์อยู่ คือ พระคาถาบารมี 30 ทัศ พระยันต์นี้ไม่ได้บังคับการลงยันต์ด้านหลังไว้
.
ฉะนั้นการลงยันต์ด้านหลังตะกรุดก็แล้วแต่พระเกจิแต่ละท่านจะลง อย่างเช่น สายวัดสะพานสูงจะลง “ไตรสรณคม” แบบย่อว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิฯ หากลงเต็มจะนำเอาบทอิติปิโส 3 ห้อง มาผูกลงในตารางกระดูกยันต์ ซึ่งถือเป็นพิธีลงยันต์ใหญ่ที่ยิ่งใหญ่และลงยากมาก เป็นต้น
.
ส่วนยันต์โสฬสมหามงคลรอบนอก ใช้พระคาถาจตุราวุธ ประกอบด้วย ด้านซ้าย อาวุธอาฬะวะกะยักษ์ มีบ่วงเป็นอาวุธ ด้านขวา อาวุธยะมะราชา มีนัยน์ตาเป็นอาวุธ ด้านบน อาวุธพระอินทร์ มีสายฟ้าเป็นอาวุธ ด้านล่าง อาวุธท้าวเวสสุวัณ มีคทาเป็นอาวุธ
.
โสฬะสะมังคะลัญเจวะ นะวะโลกุตตะระธัมมะตา จัตตาโรจะมหาทีปา
ปัญจะพุทธามหามุนี ตรีปิฏะกะธัมมักขันธา ฉะกามาวะจะราตะถา
ปัญจะทัสสะกะเวสัจจัง ทะสะมังสีละเมวะจะ เตรัสสะธุตังคาจะ
ปาฎิหารัญจะทะวาทัสสะ เอกะเมรุจะ สุราอัฎฐะ ทะเวจันทังสุริยังสัคคา
สัตตะโพชฌังคาเจวะ จุททัสสะจักกะวัตติจะ เอกาทะสะวิสะณุราชา
สัพเพเทวามัง ปะลายังตุ สัพพะทาเอเตนะ มังคะละเตเชนะ สัพพะโสตถี ภะวันตะ เมฯ
.
—————-