เก็บบทความโหราศาสตร์

Spica หรือ ดาวจิตรา Chitra (Fixed stars)
กลุ่มดาวในราศีที่ 6 หรือกลุ่มดาวราศีกันย์ คือ กลุ่มดาวหญิงพรหมจารีย์ กลุ่มดาวนี้อยู่ระหว่างกลุ่มดาวสิงห์โตกับกลุ่มดาวคันชั่ง มีดาวฤกษ์ที่สว่าง สุกใสอันดับที่ 16 ในท้องฟ้า ชื่อ สไปกา (Spica) ซึ่งแปลว่ารวงข้าว จากแผนที่ ดาวเก่าแก่ เขาเขียนรูปกล่มดาวนี้เป็นผู้หญิงสาวถือฟ่อนข้าวสาลีอยู่ในมือ
ดาวกลุ่มนี้มีดาวสำคัญ เกี่ยวกับวิชา ดาราศาสตร์อยู่อย่างหนึ่งคือ จุดตัดของ เส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า และเส้นอีคลิพดิคจุดที่ 2 ซึ่งเรียกว่า Autumnal Equinox (บางท่านเรียกวันสารทวิษุวัต แปลว่า วันที่ดวงอาทิตย์ ยกเข้าสู่ราศีตุลย์ ) นั้นอยู่ในกลุ่มดาวกลุ่มนี้ วันที่ 23 กันยายนเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลก ฝ่ายเหนือเริ่มวันฤดูใบไม้ร่วง วันนั้นกลางวันและกลางคืนเท่ากัน
ตามยนิยายดาวที่เก่าแก่กล่าวว่า เวอร์ดโก (Virgo) หรือกลุ่มดาวราศีกันย์นี้ แทน Astrea บุตรสาวของจอมเทพพฤหัสดี (จูปีเตอร์) กับพระนาง Themis เวอร์โก เป็นเทพธิดาแห่งความยุติธรรม ในสมัยที่เทพธิดาเวอร์โกปกครองโลก พระนางได้รับความเคารพอย่างสูงจากมนุษย์ชาติ เมื่อเวลาผ่านไปถึง ยุคทองบรอนซ์และยุคเหล็ก มนุษย์เรามีความชั่วและความโหดร้ายทารุณ เทพธิดาเวอร์โกไม่พอใจในการกระทของมนุษย์ จึงได้หนีขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้า แถบกลุ่มดาว 12 ราศี เป็นกลุ่มดาวราศีที่ 6
ตามนิยายดาวของอียิปต์ กล่าวว่า เวอร์โก หรือ หญิงพรหมจารีย์นี้ คือ เทพธิดาไอซีส (Isis) ซึ่งมีเรื่องเล่ากันต่อ ๆ มาว่า เทพธิดา Isis ถูกยักษ์ร้านไต้ฝุ่น (Typhoon ) ติดตาม เธอได้ขว้างมัดข้าวสาลีในมีไปยังยักษ์ เมล็ดข้าวสาลีได้ แตกกระจัดกระจายเป็นทางสีขาวสลัว ซึ่งเรียกว่าทางช้างเผือก ดาวฤกษ์ Spica ในกลุ่มดาวนี้ ชาวอียิปต์โบราณเขากราบไหว้บูชา เพราะเขาเชื่อว่าดาวฤกษ์ดวงนี้ เป็นดาวฤกษ์แห่งความไพบูลย์และความเจริญ
ในทางโหราศาสตร์ หมายถึง โชคดี ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง เทียบได้กับดาว พฤหัส ในระบบดาวเคราะห์ในระบบสุริยะฯ แต่มีความสำคัญมากกว่า
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
ดาวเคราะห์น้อยทั้งห้า
ความหมาย ดาวห้าดวงมีดังนี้ ส่วนมากไปดูเรื่องสุขภาพเป็นหลัก และส่วนของร่างกายที่มีปัญหา ตามราศีที่เค้าประจำอยู่ในพื้นดวงหรือจรเข้ามา ระยะการโคจรของดาวเคราะห์น้อยไม่นานนัก
1. Ceres เซอเรส เป็นรูปดาวเสาร์หัวกลับ ย่อ cs
หมายถึง เป็นคนชอบ ช่วยเหลือคน ชอบรักษา แนะนำ เค้าจะมีอะไรดี ๆ อยู่ในตัว การพูดการติดต่อ ภาระหน้าที่ ถ้าทำมุมถึงจุดเจ้าชะตา su mo as ve me
การแพทย์ หมอ ยา รักษา ปรุงยา รักษาสุขภาพ ให้การแนะนำ รวมไปถึงสุขภาพเริ่มดีขึ้น
ส่วนของร่างกายคือท้อง ลำไส้ มีปัญหา
2. Vesta วีต้า ย่อ vt เป็นรูปอเตาไฟ ที่ให้ความอบอุ่น ความสงบทางด้านจิตใจ เวทมนตร์ ศาสนา การเสียสละ
การแพทย์ การมีความสัมพันธ์ทางเพศ
ส่วนของร่างกาย มดลูก การขับถ่ายทั้งหลาย รวมไปถึงการติดเชื้อทางการร่วเพศ มะเร็ง
3.Juno จูโน jn เป็นรูปแฉกมีเส้นยาวลงมาและมีขีดตรงกลาง ใจร้อน ใช้กำลัง อิจาฉา สตรี มารดา เสียสละ มี แนวความคิดเป็นของตัวงเอง สตรีใหญ่ ถูกโจมตี
การแพทย์ คือส่วนท้องทั้งหมด ลงไปถึงการสืบพันธ์ด้วย มีลูก การแต่งงาน รอบเดือน มดลูก ถ้าดาวนี้เสีย
4. Pallus พารัส pa เป็นรูปสามเหลี่ยม ขนมเปียกปูนและมีแกนแขนยาวมีเส้นตัด
ความหมาย เป็นคนชอบศิลปะความงาม มีความมั่นใจ ฉลาดหลักแหลม ปัญญาดี ผู้คุ้มครอง ปกป้อง รักสงบ ชอบความเป็นส่วนตัว
การแพทย์ การเจ็บป่วย สายตา การมองเน
ส่วนของร่างกาย ขา เท้า ส่วนขาลงไป
5. Chiron ชีลอน cr เป็นรูป ขีดยาว มีวงกลมอยู่ด้านล่าง และมีขีดสองขีดด้านขวาทำมุม 45 องศา
ความหมาย การเจ็บป่วย การรักษา การพลัดพราก กระทันหัน เดินทาง การงาน
ด้านการแพทย์ ถ้าเป็นดาวกำลังป่วย อยู่ราศีไหนก็เป็นราศีนั้น พยาบาล รักษา ถ้าอยู่ในพื้นดวงสุขภาพไม่ดี
การใช้ดาวเคราะห์น้อยก็ใช้เหมือนดาวทั่วไป มันต้องใช้จุดเจ้าชะตาเข้าช่วย หรือราศีเข้าช่วยมันถึงทำงานในพื้นดวงหรือดาวจร หรือโค้ง ดาวเคราะห์น้อยจะไม่มารวมกับดาวทิพย์ หรือยูเรเนียน เป็นอีกระบบหนึ่ง เราอาจดูอย่างเดียว กับดาวเคราะห์ตัดดาวทิพย์ทิ้งไป
ส่วนของร่างกาย เอว กระดูกสันหลัง ระบบย่อยอาหาร ส่วนมากจะเป็นแบบกระทันหัน
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
ราศีที่ 13 ที่มีชื่อว่า โอฟิอุคซัส (Ophiuchus) หรือกลุ่มดาวคนแบกงู โดยเขาอธิบายว่า ชาวบาบิโลเนียโบราณคำนวณราศีโดยอาศัยการคำนวณตำแหน่งของดวงอาทิตย์ว่าเคลื่อนเข้าสู่กลุ่มดาวใดในขณะที่คนนั้นเกิด และในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา แรงดึงดูดของดวงจันทร์ก็ส่งผลทำให้แกนโลกเกิดการสั่นสะเทือนและทำให้เกิดการเคลื่อนสู่แนวของดวงดาวดังกล่าว ราศีที่ 13 ที่มีชื่อว่า โอฟิอุคซัส (Ophiuchus) หรือกลุ่มดาวคนแบกงู โดยเขาอธิบายว่า ชาวบาบิโลเนียโบราณคำนวณราศีโดยอาศัยการคำนวณตำแหน่งของดวงอาทิตย์ว่าเคลื่อนเข้าสู่กลุ่มดาวใดในขณะที่คนนั้นเกิด และในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา แรงดึงดูดของดวงจันทร์ก็ส่งผลทำให้แกนโลกเกิดการสั่นสะเทือนและทำให้เกิดการเคลื่อนสู่แนวของดวงดาวดังกล่าว วิถีโคจรของโลกส่งผลให้ราศีนี้มีความเด่นชัดมากขึ้น และคิดว่าไม่ควรจะถูกละเลยไปเหมือนที่ผ่านมา
การเรียงลำดับราศีทั้ง 13 ราศี จะเป็นดังนี้
ราศีเมษ Aries : 19 เม.ย.- 13 พ.ค.
ราศีพฤษภ Taurus : 14 พ.ค. -20 มิ.ย.
ราศีเมถุน Gemini : 21 มิ.ย.-19 ก.ค.
ราศีกรกฎ Cancer : 20 ก.ค.-10 ส.ค.
ราศีสิงห์ Leo : 11 ส.ค.-15 ก.ย.
ราศีกันย์ Virgo : 16 ก.ย.-29 ต.ค.
ราศีตุล Libra : 30 ต.ค.-22 พ.ย.
ราศีพิจิก Scorpio : 23 พ.ย.-29 พ.ย.
ราศีคนแบกงู Ophiuchus : 30 พ.ย.-17 ธ.ค.
ราศีธนู Sagittarius : 18 ธ.ค.-18 ม.ค.
ราศีมังกร Capricorn : 19 ม.ค.-15 ก.พ.
ราศีกุมภ์ Aquarius : 16 ก.พ.-10 มี.ค.
ราศีมีน Pisces : 11 มี.ค.-18 เม.ย.
เมื่อกล่าวถึงกลุ่มดาวจักรราศีแล้ว ในทางดาราศาสตร์ (Astronomy) และในทางโหราศาสตร์ (Astrology) จะมีไม่เท่ากัน โดยทางดาราศาสตร์จะมีอยู่ 13 กลุ่มดาว และในทางโหราศาสตร์จะมีอยู่แค่ 12 กลุ่ม กลุ่มดาวคนแบกงู เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในรายชื่อ 48 กลุ่มดาวของทอเลมี เป็นกลุ่มดาวจักรราศี (กลุ่มดาวที่ดวงอาทิตย์ปรากฏเคลื่อนผ่าน) กลุ่มที่ 13 เนื่องจากมีขาข้างหนึ่งแทรกไปในกึ่งกลางระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องและกลุ่มดาวคนยิงธนู กลุ่มดาวคนแบกงู สัญลักษณ์แทนด้วยชายคนหนึ่งกำลังอุ้มงูไว้ ทำให้แยกกลุ่มดาวงูออกเป็นสองส่วน คือ หัวกับหาง (แต่นับเป็นกลุ่มดาวเดียวกัน)
กลุ่มดาวคนแบกงูนั้นอยู่แทรกระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับกลุ่มดาวคนยิงธนู ดังนั้นถ้าหากนับกันจริงๆ โดยให้กลุ่มดาวแกะเป็นจักรราศีแรกแล้ว กลุ่มดาวคนแบกงูก็จะแทรกเป็นจักรราศีที่ 9 แทนที่กลุ่มดาวคนยิงธนูไป แต่เนื่องจากว่ากลุ่มดาวใหม่นี้อาจจะไม่คุ้นเคยกันและทำให้สับสน ดังนั้นก็เลยจัดเป็นจักรราศีที่ 13 ไป
“ดวงอาทิตย์โคจรผ่านกลุ่มดาวคนแบกงูนี้ ในช่วงระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-17 ธ.ค. รวมใช้เวลา 19 วัน” กลุ่มดาวคนแบกงูไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตั้งแต่เริ่มเรียนโหราศาสตร์ย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปีก่อน ครูบาอาจารย์ก็เล่าแถลงแจงไว้ตั้งแต่สมัยนั้น โดยเป็นกลุ่มดาวที่เรียงซ้อนกันอยู่ในจักรราศี สมัยนั้นไม่นับรวมไว้ในทางพยากรณ์ และปัจจุบันก็ไม่เห็นเหตุจำเป็นที่จะยกเป็นจักรราศีในทางพยากรณ์ (Astrology)
“จักรราศีมี 360 องศา อาณาเขตของแต่ละราศีคือ 30 องศาเท่าๆ กัน ถ้าใช้คนแบกงูเข้ามารวมคำนวณ ก็ต้องไปเบียดพื้นที่องศาของพิจิกและธนู ซึ่งจะลักลั่นไม่น้อย” เป็นกลุ่มดาวที่ก็สถิตอยู่ในจักรราศีมานานแล้ว จึงไม่มีผลกระทบต่อวงการโหราศาสตร์ หรือการคำนวณในทางพยากรณ์ ส่วนกรณีมองในมุมของดาราศาสตร์ (Astronomy) การปรากฏที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ของกลุ่มดาวคนแบกงูก็ถือเป็นจุดที่แปลกใหม่ขึ้นมา มนุษย์จะได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับกลุ่มดาวกลุ่มนี้
“ตอนนี้ก็ใช้ 12 ราศีอย่างเดิมนั่นแหละ ส่วนบุคคลที่เกิดในช่วง 19 วัน ที่ว่าเป็นราศีใหม่นี้ ก็ไม่ต้องอะไรหรือทำอะไร เพราะดาวก็ซ้อนกันอย่างนี้มาชั่วนาตาปี เคยอยู่ราศีไหนก็อยู่ราศีนั้น”
คนแบกงูมีตำนาน
ถ้าพูดถึงกลุ่มดาวแล้วไม่เล่าเรื่องตำนานที่เกี่ยวข้องด้วยก็ดูจะขาดอะไรไป และคนแบกงูเองก็มีเรื่องเล่าในเทพปกรณัมกรีกด้วย คนแบกงูตามตำนานกรีก มีชื่อว่า Asclepius (อัสคลีปิอุส) เป็นบุตรของอพอลโล เขาได้เรียนรู้วิชาการแพทย์จากเซนทอร์ (คนครึ่งม้า) นาม Chiron และรักษาคนที่เจ็บป่วยให้หายได้ วันหนึ่งขณะที่เขากำลังรักษาคนอยู่ มีงูมาเลื้อยบนคทา เขาเลยฆ่าทิ้งไปซะ เกะกะการทำงาน แต่อยู่ดีๆ มีงูอีกตัวคาบสมุนไพรมาและชุบชีวิตงูที่ตายได้เฉย อัสคลีปิอุสจึงนำสมุนไพรนั้นมารักษารวมทั้งชุบชีวิตคนจากความตายได้จำนวนมาก
พลังในการรักษาของอัสคลีปิอุส สร้างความเดือดร้อนให้เทพแห่งยมโลกอย่างฮาเดส (โรมันเรียกพลูโต) เพราะหน้าที่เขาคือต้อนรับดวงวิญญาณคนตาย แต่พอไม่มีใครตาย ฮาเดสก็ตกงานสิ เห็นดังนั้นจึงร้องไปถึงเทพสูงสุดอย่างซุสให้ฆ่า ไม่งั้นคนเกิดกันรกโลกกันพอดี ด้วยพลังรักษาของอัสคลีปิอุส ทำให้สัญลักษณ์งูพันคทาหรือ Rod of Asclepius จึงเป็นที่แพร่หลายในองค์กรทางการแพทย์ เช่นธงขององค์การอนามัยโลก
(WHO) หรือสัญลักษณ์ดาวแห่งชีวิต (Star of Life) ที่เป็นสัญลักษณ์ของหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน
ราศีที่ 13 มีดาว Chiron ชีลอน ความหมาย การเจ็บป่วย การรักษา การพลัดพราก เป็นดาวคุณภาพประจำราศีนี้
กลุ่มดาวคนแบกงู (ʉ) ( Ophiuchus) เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในรายชื่อ 48 กลุ่มดาวของทอเลมี เป็นกลุ่มดาวราศี จักร((กลุ่มดาวที่ดวงอาทิตย์ปรากฏเคลื่อนผ่าน) กลุ่มที่ 13 เนื่องจากมีขาข้างนึงแทรกไปในกึ่งกลางระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องและกลุ่มดาวคนยิงธนู กลุ่มดาวคนแบกงูแทนด้วยชายคนหนึ่งกำลังอุ้มงูไว้ ทำให้แยกกลุ่มดาวงูออกเป็นสองส่วน คือ หัวกับหาง (แต่นับเป็นกลุ่มดาวเดียวกัน)
ตำนานกรีกมีอยู่ว่า นายแพทย์ออฟฟิอุคัส เป็นผู้ชำนาญการพิเศษเกี่ยวกับการแพทย์ เอาเป็นว่า… หายทุกโรคเมื่อได้เจอเขาคนนี้ วันหนึ่ง มีงูคาบใบไม้ของต้นไม้ที่มีฤทธิ์ทำให้คนที่กินผลของมันเข้าไป “เป็นอมตะ” เทพเจ้าเซอูส วิตกและกลัวว่ามนุษย์จะเป็นอมตะ จึงใช้สายฟ้าสังหารนายแพทย์คนนั้น แต่ออฟฟิอุคัสก็ไม่ตายเปล่า… ท่านได้ไปเกิดเป็นดาว กลุ่มดาวคนแบกงู… กลุ่มดาวคนแบกงู มีความสูงประมาณ 40 องศา กว้าง 25 องศา จะขึ้นและตก ทางทิศตะวันออก – ตะวันตกพอดี เมื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดจะอยู่สูงเป็นมุมเงย 75 องศา โดยดาวดวงบนสุดของกลุ่มจะอยู่ที่จุด กึ่งกลางท้องฟ้าพอดี ดวงอาทิตย์โคจรผ่านกลุ่มดาวคนแบกงูนี้ในช่วงระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 17 ธันวาคม รวมใช้เวลา 18 วัน ซึ่งจะเห็นว่ามากกว่ากลุ่มดาวแมงป่อง ซึ่งดวงอาทิตย์ใช้เวลาแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นก็ผ่านไปได้
กลุ่มดาวคนแบกงูนั้นอยู่แทรกระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับกลุ่มดาวคนยิงธนู ดังนั้นถ้าหากนับกันจริงๆ โดยให้กลุ่มดาวแกะเป็นจักราศีแรกแล้ว กลุ่มดาวคนแบกงูก็จะเป็นจักราศีที่ 9 แทนที่กลุ่มดาวคนยิงธนูไป แต่เนื่องจากว่ากลุ่มดาวนี้อาจจะไม่คุ้นกัน ดังนั้นก็เลยจัดเป็นจักราศีที่ 13 ไป
แต่ด้วยเหตุที่กลุ่มดาวทางโหราศาสตร์ มีเพียง 12 ราศี ในทาง ดาราศาสตร์นั้น เขามี 13 ราศีตามดาราจักร ที่ปรากฏบนท้องฟ้า เนื่องจากมันชอบแทรกเป็นอีแอบอยู่ ทางโหรก็เลยตัดออกซะ เพื่อไม่ให้ยุ่งยากต่อการคำนวณ และอีกประการน่าจะมีองศาไม่ต่างจาก ราศีที่ใช้คำนวณ ค่าของมันจึงอาจจะไม่ต่างกันมาก จึงไม่เป็นที่นิยมทางโหร แต่มันมีการคำนวณมาเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมา แล้วแต่ใครจะนำมาใช้
ความหมายของกลุ่มดาวจักราศี (Zodiac constellations) นั้นก็คือ กลุ่มดาวที่อยู่บนเส้น Ecliptic ซึ่งเป็นแนวที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดาวเคราะห์ เคลื่อนผ่านนั่นเอง และมีอาณาเขตออกไปจากเส้น Ecliptic ข้างละ 8-9 องศา ซึ่งในความเป็นจริงนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ 12 กลุ่มดาวเท่านั้นแต่มีอยู่ถึง 13 กลุ่มด้วยกัน นั่นคือรวมกลุ่มดาวคนแบกงู (Ophiuchus) เข้าไปด้วย ดังนั้น เมื่อกล่าวถึงกลุ่มดาวจักราศีแล้ว ในทางดาราศาสตร์ (Astronomy) และในทางโหราศาสตร์ (Astrology) จะมีไม่เท่ากัน โดยทางดาราศาสตร์จะมีอยู่ 13 กลุ่มดาว และในทางโหราศาสตร์จะมีอยู่แค่ 12 กลุ่ม
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
มาตรฐานดาว (Essential dignity) หมายถึง ความมีกำลังหรือความอ่อนแอของดาวเคราะห์ในแต่ละราศี ซึ่งใช้ในการพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ ดาวที่ใช้กันอยู่ทั่วไปมีได้แก่ เกษตร (Rules) ประ (detriment) อุจจ์ (exaltation) และ นีจจ์ (fall) นอกจากนี้อาจจะมีอุจจาวิลาส อุจจาภิมุข ราชาโชค เทวีโชค มหาจักร จุลจักร จตุสดัย ฯลฯ ตามแต่จะได้กำหนดไว้ในตำรา
เกษตร Rules
เป็นมาตรฐานดาวชนิดให้คุณ เกิดจาการจัดดาวเคราะห์เสวยในจักรราศี โดยยึดให้ดวงจันทร์เสวยราศีกรกฏ ในขณะที่ดวงอาทิตย์เสวยราศีสิงห์ จากนั้นจึงจัดดาวพระเคราะห์จากวงในออกไปหาวงนอกเรียงกันตามแต่ละราศีไปทางด้านขวาของวงจักรราศี ได้แก่ พุธ ศุกร์ อังคาร พฤหัสบดี เสาร์ ราหู เสร็จแล้ว จะได้เป็นดาวเกษตรเจ้าราศี หากดาวใดได้ตำแหน่งเกษตร ก็ชื่อว่ามีความหนักแน่นมั่นคงขึ้นกว่าปกติและสามารถให้คุณได้เต็มกำลัง อนึ่งบางตำราจะเขียนแทนดาวราหูในราศีกุมภ์ด้วยดาวเสาร์
เกษตรบดี หมายถึง ความมั่งคง มั่งคั่ง สมบูรณ์ ถาวรทรัพย์สิน เงินทอง ของมีค่า มีราคา สิ่งที่อยู่กับเราไปยันตาย สิ่งที่พาเราไปตลอดรอดฝั่ง ผัวเมีย ที่ดิน เงินเก็บ สมบัติที่เหลือใช้ ดาวเกษตรบดี จะสมบูรณ์มั่งคั่งไปตามอำนาจและความหมายของดาวแต่ละดวงที่ตกอยู่ในตำแหน่งเกษตรบดีนี้ ซึ่งถ้าหากตกอยู่ในช่องที่ดีแก่ลัคนาด้วยแล้ว ยิ่งส่งผลดีมากขึ้น แต่ถ้าหากอยู่ช่อเสียแก่ลัคนา จะยิ่งส่งผลร้ายเป็นทวีคูณแก่เจ้าชะตา
เกษตรบดี หากปรากฎในดวงชะตาใดมากดวงไม่ตกช่องเสียจะยิ่งส่งผลให้เจริญไปด้วยทรัพย์สินเงินทองดั่งปรากฎว่า
มีเกษตรบดี 1 ดวงในดวงชะตา มีอยู่มีกินไม่อดไม่อยาก
มีเกษตรบดี 2 ดวงในดวงขะตา มีอันจะกินเหลือเฟือเหลือใช้ เป็นเศรษฐีย่อมๆ
มีเกษตรบดี 3 ดวงในดวงชะตา มีกิจการค้า บริษัท เศรษฐีระดับ ดีกลางๆ
มีเกษตรบดี 4 ดวงในดวงชะตา มีธุรกิจใหญ่โต เศรษฐีระดับ ดีมาก
๑. อาทิตย์ เป็นเกษตร ในราศีสิงห์ มีจุดองศา ๗ องศา
– ให้คุณ ทางรูปสวย รวยทรัพย์ มีตบะ เป็นที่เกรงกลัวของคน เด็ดขาด ชนะศัตรู และมีเกียรติ ถือตัวเป็นอิสระแก่ตนเอง
๒. จันทร์ เป็นเกษตร ในราศีกรกฎ มีจุดองศา ๙ องศา
– ให้คุณ เป็นที่เคารพรักใคร่ของคนทั่วไป จะได้เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ อุดมด้วยทรัพย์สินเงินทอง แต่งกายเรียบร้อยสะอาด ชอบรับประทานของดีๆ และมักชอบฉวยโอกาส
๓. อังคาร เป็นเกษตร ในราศีเมษ มีจุดองศา ๑๑ องศา เป็นเกษตรในราศีพิจิกมีจุดองศา ๑๔ องศา
– ให้คุณ เป็นผู้มีความรู้หลายอย่าง มียศสูง มีนา มีสวน มีไร่ เป็นทหารดีที่หนึ่ง เป็นพ่อค้าก็ดี ตัดสินได้รวดเร็วและถูกต้อง
๔. พุธ เป็นเกษตร ในราศีมิถุน มีจุดองศา ๗ องศา เป็นเกษตรในราศีกันย์มีจุดองศา ๒๔ องศา
– ให้คุณ เป็นผู้มีปัญญาดี เป็นนักเขียนหรือนักประพันธ์ รู้การงานมากและเป็นคนมีทรัพย์มาก เต็มไปด้วยศิลป
๕. พฤหัสบดี เป็นเกษตร ในราศีธนู มีจุดองศา ๑๙-๒๙ องศา เป็นเกษตรในราศีมีน มีจุดองศา ๗ องศา
– ให้คุณเป็นผู้มีปัญญามีความสามารถมาก พร้อมด้วยสติปัญญารอบคอบ มีทรัพย์สมบัติมาก จักเป็นใหญ่กว่าคนทั้งปวง ชอบความสงบ ยุติธรรม คงแก่เรียน
๖. ศุกร์ เป็นเกษตร ในราศีพฤศภ มีจุดองศา ๑๓ องศา เป็นเกษตรในราศีตุลย์มีจุดองศา ๑๔ องศา
– ให้คุณ เป็นผู้ทรงไว้ด้วยศีลธรรมอันดี เจริญด้วยทรัพย์สินเงินทองมากมาย มีข้าวของธัญญาหารอันอุดม ร่าเริงเจ้าสำราญ
๗. เสาร์ เป็นเกษตร – ในราศีมังกร มีจุดองศา เป็นเกษตรในราศีกุมภ์ มีจุดองศา ๑๓ องศา และมีจุดองศา ๒๗ องศา
– ให้คุณ กล้าหาญ เข้มแข็ง เด็ดขาด ผมบาง มีเงินมีทองมาก สะสมทรัพย์สมบัติ
๘. ราหู เป็นเกษตร ในราศีกุมภ์ มีจุดองศา ๑๓ องศา
– ให้คุณ ทำให้ผมบาง หรือศีรษะล้าน ลาภผลดีมาก อายุกลางคนไปแล้วรวยมาก เพื่อนฝูงมาก คบคนทุกชั้น
อุจจ์ Exaltation
อุจจ์ แปลว่า สูง เป็นมาตรฐานดาวประเภทให้คุณ กำหนดว่า ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์ เสวยราศีพฤษภ ราศีเมษ และราศีมีน, ดาวพฤหัสบดี ดาวอังคาร เสวยราศีกรกฏและมกร ส่วนดาวพุธ ดาวเสาร์ และดาวราหู เสวยราศีกันย์ ตุล และพิจิกตามลำดับ เมื่อดาวเคราะห์ในดวงชะตาใดได้ตำแหน่งดังกล่าว และผ่านคุณสมบัติที่เหมาะสมก็จะให้คุณแก่เจ้าของดวงชะตา
ใครมีดาวอุจจ์ ที่ขึ้นไปทางเหนือสุด อยู่สูงและมองเห็นเล็กสุด เป็นดาวที่มีกำลังสูง การให้ผลทางโหราศาสตร์ จะรวดเร็วรุนแรง ไม่ว่าด้านดีหรือร้าย รูปด้านล่างแสดงตำแหน่งดาวที่ได้ตำแหน่งอุจจ์ในราศีต่างๆ ดาวที่เป็นเจ้าเรือนใดๆ ไปอยู่ในตำแหน่งอุจจ์ จะทำให้เรือนนั้นเข้มแข็งด้วย
๑. อาทิตย์ อยู่ราศีเมษ จะมีกี่องศาก็ตาม ไม่มีดาวดวงใดร่วมด้วย ให้ถือว่าอาทิตย์เป็นมหาอุจ
๒. อังคาร อยู่ราศีมหาอุจ ถ้ามีดาวเจ้าเรือนเกษตรเล็งกัน จัดเป็นมหาอุจเหมือนกัน
ฉะนั้น ดาวเคราะห์ทุกดวงที่เป็นมหาอุจ จึงมีจุดองศาเป็นจำนวนจำกัด และมีอำนาจคุณภาพต่างๆ กัน คือ
อาทิตย์ เป็นอุจ อยู่ในราศีเมษ – มีองศาจำนวนจำกัดเต็มที่ ๑๐ องศา
– ผู้นั้นจะเพียบพร้อมไปด้วยญาติมิตร มีสติปัญญาดี มีทรัพย์สมบัติยิ่งกว่าพี่น้อง มียศถาบรรดาศักดิ์
จันทร์ เป็นมหาอุจ อยู่ในราศีพฤศภ – ผู้นั้นจะมีเงินทองเพชรนิลมรกตมาก จะไปปรากฏตัวในที่ใด ย่อมเป็นสง่าผ่าเผยในที่นั้น ถ้าเป็นข้าราชการจะได้ตำแหน่งสูงมาก เป็นผู้มีเสน่ห์ในตัว
อังคาร เป็นมหาอุจ อยู่ในราศีมังกร – มีองศาจำนวนจำกัดเต็มที่ ๒๘ องศา
– ผู้นั้นจะมีโภคสมบัติมากมาย จะมีบริวาร ไปที่ใดมักมีโชคลาภทุกแห่งหน ถ้าเป็นชายจะมีเมียมาก กล้าหาญเด็ดเดี่ยว เหมาะทางนักรบ
พุธ เป็นมหาอุจ อยู่ในราศีกันย์ – มีจำนวนจำกัดเต็มที่ ๑๕ องศา
– ผู้นั้นจะมีความผาสุกรุ่งเรืองดี จะได้รับสมบัติมากมาย ศัตรูคิดร้ายเขาวินาศไปเอง หลักแหลม เจ้าปัญญา คารมเกล้า และมีทรวดทรงงาม
พฤหัสบดี เป็นมหาอุจ อยู่ในราศีกรกฎ – มีองศาจำนวนจำกัดเต็มที่ ๕ องศา
– ผู้นั้นจะมีผิวพรรณงาม ตำแหน่งการงานสูงศักดิ์คงแก่เรียน ชอบแสวงหาความรู้ เด็ดขาด กล้าหาญ ทรัพย์สมบัติมากเป็นที่รักใคร่เอ็นดูต่อผู้ใหญ่ และครูบาอาจารย์
ศุกร์ เป็นมหาอุจ อยู่ในราศีมีน – มีองศาจำนวนจำกัดเต็มที่ ๒๗ องศา
– ผู้นั้นจะเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รูปร่างอันเหมาะสม เป็นที่ต้องตาของคนทั่วไป และหนักไปในทางเพศตรงข้าม เจ้าสำราญ
เสาร์ เป็นมหาอุจ อยู่ในราศีตุลย์ – มีองศาจำนวนจำกัดเต็มที่ ๒๐ องศา
– ผู้นั้นมีสติปัญญามากขยันหมั่นเพียรดี ปราศจากโรคภัย แต่จะติดดุร้าย ไม่เกรงขามกลัวกรรม ชอบรับประทานของดีๆ ทรัพย์สมบัติมาก ไม่เกรงใจใคร เหมาะในการทำสงคราม
ราหู เป็นมหาอุจ อยู่ในราศีจิก
– มีองศาจำนวนจำกัดเต็มที่ ๑ องศา
ประ Detriment
ประเกษตร หรือ ประ เป็นมาตรฐานดาวชนิดให้โทษหรือให้คุณไม่เต็มที่ เกิดจากการสลับตำแหน่งของดาวในดวงเกษตรไปอยู่ฝั่งตรงข้าม
อาทิตย์ เป็นประ อยู่ราศีกุมภ์
– ทำให้รูปร่างขี้เหล่ไม่ได้สัดส่วน ทรัพย์น้อย มิตรสหาย เพื่อนฝูงจะเบียดเบียนมาก ทำความดีกับเป็นความชั่ว มีที่อยู่ลดน้อยถอยลง ลาภผลหาได้ยาก
๒. จันทร์ เป็นประ อยู่ราศีมังกร
– รูปร่างหาความสวยงามมิได้ ทรัพย์พอปานกลาง ชอบมีแต่เมีย หาหลักฐานไม่ได้ พึ่งลูกพึ่งเมียก็ไม่ได้ต้องช่วยตนเอง
๓. อังคาร เป็นประ อยู่ราศีตุลย์และราศีพฤศภ
– อาภัพเรื่องญาติและมิตรสหาย จะพึ่งพาอาศัยอะไรเขาไม่ได้ มีแต่เขาจะมารบกวนเราเท่านั้น นอกจากนั้นเขากลับจะเป็นศัตรูอีก
๔. พุธ เป็นประ อยู่ราศีธนูและราศีมีน
– อาภัพไม่สมหวังในเรื่องญาติมิตรสหายและภรรยา ลูกหลานพึ่งพาอาศัยไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นก็อยู่รวมกันไม่ได้ด้วย อาจจะเป็นคนที่ไม่มีภรรยาและบุตร
๕. พฤหัสบดี เป็นประ อยู่ราศีมิถุนและราศีกันย์
– จะไม่สมหวังเกี่ยวกับที่พึ่ง ครูบาอาจารย์สั่งสอนไม่ได้ ขาดที่พึ่งพาอาศัย พึ่งผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ (ดวงชาตานอนวัด)
๖. ศุกร์ เป็นประ อยู่ราศีพิจิกและราศีเมษ
– ร่างกายรูปทรงมักผิดแปลกจากคนธรรมดา ประสาท หูและตาอาจผิดปกติ มีโรคประจำตัว อวัยวะไม่สมบูรณ์
๗. เสาร์ เป็นประ อยู่ราศีกรกฎและราศีสิงห์
– ไม่สมหวังในเรื่องการคบเพื่อน มิตรสหายมากหลาย แต่เมื่อเขามาหาเรา มักนำความเดือดร้อนมาให้ทุกที
๘. ราหู เป็นประ อยู่ราศีสิงห์
– ทำให้นิสัยใจคอหยาบช้า กล้าแข็ง ไม่ซื่อตรงต่อมิตร ดวงตาอาจวิปริตกว่าธรรมดา มีลักษณะหงอยไม่สง่า
นีจจ์ Fall
นีจจ์ หรือ นีจ แปลว่า ต่ำ เป็นมาตรฐานดาวประเภทให้โทษ กำหนดขึ้นจากการสลับตำแหน่งของดาวอุจจ์ไปยังตำแหน่งตรงกันข้ามให้หมด
ตำแหน่งของดาว นิจ จะอยู่ตรงกันข้ามกับตำแหน่ง อุจจ์ คือเป็นดาวที่อยู่ต่ำ มองเห็นเป็นดวงใหญ่ เป็นดาวที่อ่อนแรง มีไม่มีกำลัง การให้ผลทางโหราศาสตร์ ก็จะปวกเปียก อ่อนแรง ดาวที่เป็นเจ้าเรือนใดๆ ไปอยู่ในตำแหน่งนิจ จะทำให้เรือนนั้นๆ อ่อนแรงไปด้วย รูปด้านล่างแสดงตำแหน่งดาวที่ได้
ตำแหน่งนิจในราศีต่างๆ
นิจ แปลว่า ต่ำหรือเบื้องล่างต่ำสุด ดาวที่เป็นนิจ เป็นฝ่ายที่ให้โทษร้าย มุ่งผลในด้านต่ำช้า และให้โทษตรงข้ามกับอุจและมหาอุจ ดาวที่เป็นนิจจึงมีโทษและความตกต่ำต่างๆ กัน คือ
อาทิตย์ เป็นนิจ อยู่ในราศีตุลย์ – มีองศาจำนวนจำกัดเต็มที่ ๑๙ องศา จะไม่เป็นนิจเมื่อมีองศาเกินกว่า ๑๐ องศา
– ผู้นั้นจะตกเป็นทาสแก่ตนเอง มีมิตรต่ำ อาภัพญาติพี่น้อง เป็นที่เกลียดชังแก่ญาติพี่น้อง มีศัตรูมากและคิดปองร้าย ทั้งเบียดเบียนด้วย
จันทร์ เป็นนิจ อยู่ในราศีพิจิก – มีองศาจำนวนจำกัด ๓ องศา จะไม่เป็นนิจ เมื่อมีองศาเกินกว่า ๑๙ องศา
– ผู้นั้นจะมีโรคภัย และทรัพย์มักวิบัติ เพศตรงข้ามมักก่อเหตุขึ้น ย่อม เหลวแหลกในเรื่องชู้สาว (มีเชื่อเรียกจันทร์เป็นนิจว่า “จันทร์รู”) มีโรคเบียดเบียนประจำตัว ขี้โรค มักได้คู่เป็นหม้าย
อังคาร เป็นนิจ อยู่ในราศีกรกฎ – มีองศาจำนวนจำกัด ๒๘ องศา แต่จะไม่เป็นนิจเมื่อมีองศาเกินกว่า ๑๒ องศา
– ผู้นั้นจะหาทรัพย์ได้ยาก จะเป็นผู้รับใช้ แต่มักหย่อนต่อศีลธรรม ในทางชู้สาว มีทรัพย์เก็บไม่อยู่ บริวารมักหนีห่าง พวกพ้องมักจะเป็นศัตรู จะวิบัติเมื่อแก่ด้วย
พุธ เป็นนิจ อยู่ในราศีมีน – มีองศาจำนวนจำกัด ๑๕ องศา แต่จะไม่เป็นนิจเมื่อมีองศาเกิน ๑๕ องศาขึ้นไป
– ผู้นั้นจะมีญาติเป็นผู้รับใช้ ทำให้เป็นพาลหรือมีนิสัยเป็นพาล พูดไม่มีมรรยาท มักขู่เข็ญ และทะเลาะกับญาติตนเองอยู่เสมอ และญาติกลับเป็นศัตรู
พฤหัสบดี เป็นนิจ อยู่ในราศีมังกร – มีองศาจำนวนจำกัด ๑๕ องศา แต่จะไม่เป็นนิจ เมื่อมีองศาเกินกว่า ๑๕ องศาขึ้นไป
– ผู้นั้นมักพูดจาไม่น่าฟัง จะมีโทษเพราะปากพล่อย หรือโอฐภัย ทำให้เป็นผู้เขลาปัญญา และจะเสียเพราะนิสัยพูดง่าย
ศุกร์ เป็นนิจ อยู่ในราศีกันย์ – มีองศาจำนวนจำกัด ๒๗ องศา จะไม่เป็นนิจเมื่อมีองศาเกินกว่า ๑๗ องศา
– ผู้นั้นอาภัพความรักใคร่ อาภัพคู่ครอง แพ้คู่ และเสื่อมทรัพย์ ขาดสมรรถภาพ ต้องพึ่งผู้อื่น มีอำนาจจิตหรือความเข้มแข็งน้อยกว่าคู่ครองของตน มักมีบุตรอ่อนแอหรือบุตรจะตายจากไป
เสาร์ เป็นนิจ อยู่ในราศีเมษ – มีองศาจำนวนจำกัด ๒๑ องศา แต่จะไม่เป็นนิจ
๑. อาทิตย์ เป็นเกษตร ในราศีสิงห์ มีจุดองศา ๗ องศา
– ให้คุณ ทางรูปสวย รวยทรัพย์ มีตบะ เป็นที่เกรงกลัวของคน เด็ดขาด ชนะศัตรู และมีเกียรติ ถือตัวเป็นอิสระแก่ตนเอง
๒. จันทร์ เป็นเกษตร ในราศีกรกฎ มีจุดองศา ๙ องศา
– ให้คุณ เป็นที่เคารพรักใคร่ของคนทั่วไป จะได้เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ อุดมด้วยทรัพย์สินเงินทอง แต่งกายเรียบร้อยสะอาด ชอบรับประทานของดีๆ และมักชอบฉวยโอกาส
๓. อังคาร เป็นเกษตร ในราศีเมษ มีจุดองศา ๑๑ องศา เป็นเกษตรในราศีพิจิกมีจุดองศา ๑๔ องศา
– ให้คุณ เป็นผู้มีความรู้หลายอย่าง มียศสูง มีนา มีสวน มีไร่ เป็นทหารดีที่หนึ่ง เป็นพ่อค้าก็ดี ตัดสินได้รวดเร็วและถูกต้อง
๔. พุธ เป็นเกษตร ในราศีมิถุน มีจุดองศา ๗ องศา เป็นเกษตรในราศีกันย์มีจุดองศา ๒๔ องศา
– ให้คุณ เป็นผู้มีปัญญาดี เป็นนักเขียนหรือนักประพันธ์ รู้การงานมากและเป็นคนมีทรัพย์มาก เต็มไปด้วยศิลป
๕. พฤหัสบดี เป็นเกษตร ในราศีธนู มีจุดองศา ๑๙-๒๙ องศา เป็นเกษตรในราศีมีน มีจุดองศา ๗ องศา
– ให้คุณเป็นผู้มีปัญญามีความสามารถมาก พร้อมด้วยสติปัญญารอบคอบ มีทรัพย์สมบัติมาก จักเป็นใหญ่กว่าคนทั้งปวง ชอบความสงบ ยุติธรรม คงแก่เรียน
๖. ศุกร์ เป็นเกษตร ในราศีพฤศภ มีจุดองศา ๑๓ องศา เป็นเกษตรในราศีตุลย์มีจุดองศา ๑๔ องศา
– ให้คุณ เป็นผู้ทรงไว้ด้วยศีลธรรมอันดี เจริญด้วยทรัพย์สินเงินทองมากมาย มีข้าวของธัญญาหารอันอุดม ร่าเริงเจ้าสำราญ
๗. เสาร์ เป็นเกษตร – ในราศีมังกร มีจุดองศา เป็นเกษตรในราศีกุมภ์ มีจุดองศา ๑๓ องศา และมีจุดองศา ๒๗ องศา
– ให้คุณ กล้าหาญ เข้มแข็ง เด็ดขาด ผมบาง มีเงินมีทองมาก สะสมทรัพย์สมบัติ
๘. ราหู เป็นเกษตร ในราศีกุมภ์ มีจุดองศา ๑๓ องศา
– ให้คุณ ทำให้ผมบาง หรือศีรษะล้าน ลาภผลดีมาก อายุกลางคนไปแล้วรวยมาก เพื่อนฝูงมาก คบคนทุกชั้น
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
การตรวจเรื่องการเงิน
ในต่างประเทศเขาไม่แยกการตรวจ แต่เขาจะอนุมาญหรืออุปมามาจาก การงาน เป็นหลัก เพราะถ้าการงานไม่ดี เงินย่อมไม่ดี หากงานดี เงินก็ย่อมดีด้วย เป็นของธรรมดา ตรวจเรื่องงานจึงทราบเรื่องเงินอยู่แล้ว
เพราะเฉพาะนั้น การตรวจเรื่องการเงิน จึงตรวจหลังจากการตรวจเรื่องการงานเสมอไป ปัจจัยที่แสดงว่า “เงิน” ในดวงชะตา คือ ศูนย์รังสี หรือ จุดอิทธิพล ที่มีจุดเจ้าชะตากับพฤหัส หรือ ศูนย์รังสีของ พฤหัส/มฤตยู ( ทั้งนี้รวมทั้ง สัมพันธ์ระหว่าง พฤหัส กับ มฤตยู อื่น ๆ เช่น พฤหัส+มฤตยู พฤหัส- มฤตยู ฯลฯ ด้วย ) ปัจจัยที่แสดงถึง “เงิน” ดังเช่น
พฤหัส กับ มฤตยู ถือว่าเป็นปัจจัยหลัก
เช่น พฤหัส/มฤตยู พฤหัส+พฤหัส – มฤตยู มฤตยู+มฤตยู-พฤหัส
พฤหัส กับ เมษ
เช่น เมษ/พฤหัส เมษ+เมษ-พฤหัส
พฤหัส กับ จุดเจ้าชะตา
เช่น พฤหัส+พฤหัส-อาทิตย์ อาทิตย์/พฤหัส
และก็ตามทีได้กล่าวมาแล้ว พฤหัส/มฤตยู สัมพันธ์ถึงจุดเจ้าชะตา การเงิน ก็ไม่น้อยหน้าใคร ๆ
และยังมีเรื่องความมั่งมีอีกคือ อสังหาริมทรัพย์ ปัจจัยที่ใช้มาก คือ
อาทิตย์/แอดเมตอส แปลว่า ที่ดิน
พฤหัส/เสาร์ แปลว่า บ้าน หรือ อาคาร
การมีโชคจากที่ดิน ใช้สูตร
เมษ+แอดเมตอส-พฤหัส (สัมพันธ์กับ จุดเจ้าชะตา)
อาทิตย์+แอดเมตอส-พฤหัส ก็พอใช้ได้เหมือนกัน แต่สูตรบนเป็นสูตรหลักสำหรับการมีบ้าน จุด บ้าน คือ พฤหัส/เสาร์ ต้องสัมพันธ์ถึง จุดเจ้าชะตา หรือจุดสะท้อนของจุดนี้
ถ้าถามถึงเรื่องการมีรถยนต์ ตามหลักของวิชาโหราศาสตร์ ผู้ที่จะมีรถหรือยวดยานใช้เป็นของตนเอง ตามปกติจะเป็นผู้ที่บิดามารดาเคยมียานพาหนะจำพวกนี้มาก่อนแล้ว ดังเช่น บิดามีเรือ (เรือ อะไรก็ได้ บุตรก็มักมีรถใช้ หรือบิดามีเกวียน พอถึงชั้นบุตร บุตรก็อาจมีรถใช้ หรือได้นั่งเครื่องบิน ดังนี้เป็นต้น ซึ่งมาตามหลักของปรัชญาของโหราศาสตร์) จุดที่แปลว่า รถยนต์ คือ สัมพันธ์ระหว่างจันทร์กับพุธ ทั้งปวง ดังเช่น
จันทร์+ พุธ หรือ จันทร์/พุธ
จันทร์+จันทร์-พุธ
พุธ+พุธ-จันทร์
สัมพันธ์ถึง จุดเจ้าชะตา ซึ่งอาจเป็นจุดสะท้อนก็ได้ ไม่ควรลืมจุดดาวสะท้อนเป็นอันขาด
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
จุดอิทธิพลและศูนย์รังสีที่น่าสนใจ
การตั้งจุดพวกนี้ต้องดูว่าเราควรใช้พื้นดวงหรือจร ในบางจุดควรตั้งพื้นดวงเช่นจุดเป็นพระต้องมีในพื้นดวงถึงจะได้บวชพระหรือจุดมะเร็ง ถ้าพื้นดวงไม่มีก็อาจแปลได้ว่าไม่ค่อยเป็นมะเร็งไม่เสี่ยง
HA/AP เกี่ยวกับเวทมนต์คาถา สิ่งเร้นลับ กาทำของ คุณไส
NE/AP เกี่ยวกับเวทมนต์คาถา
MA/NE การทำลาย
PL/HA ทำให้ตกต่ำ
SU/UR ทำให้แตกความสามัคคี
HA/VU ทำให้ชั่วช้า
HA/ZE ทำให้ขี้เกียด
ME/HA ทำให้ขาดความเฉลียว
HA/AD ทำให้ขาดความเจริญ อึดอัด
AD/VU ทำให้มีอุปสรรคมาก
MA/HA ทำให้ต่ำด้วย/ผิดพลาด
UR/HA ทำให้รับความเสียหาย
HA/VU โหดร้าย การฆ่า
JU+SA-HA ผลแห่งกรรมเก่า
AR+AR-PO วิญญาณ
PO+PO-AR วิญญาณ
MO/NO การมีความสัมพันธ์กับสตรี
SU+VE มีความสุขทางกาย
MO+NO มีพันทะทางจิต
MA+JU มีกิจกรรมที่มีโชตลาภ
ME+SA มีความคิดที่รอบคอบสุขุม
SA+PL-CI=NE ไม่แต่งงาน
NE+CU-AS ไม่แต่งงาน
PL+HA-CU ไม่แต่งงาน
SU สามี
SU+MA-CU สามี
SU+MA สามี
SU/MA สามี
SU+CU สามี
ME/MA สุนัข
ME+MA-AR=UR สุนัขกัด
SA+NE-HA มะเร็ง
JU อยู่ในเรือนที่6จะมีโชคจากสัตว์เลี้ยง
JU+UR-AR จุดรับเงิน
JU+UR-MC ดีใจเพราะมีโชค
JU+UR-ME ชื่นชมยินดี
SU/AD ที่ดิน
JU/SA บ้านและที่ดิน อาคาร
MO/ME รถยนต์
MO+MO-ME รถยนต์
ME+ME-MO รถยนต์
AS/AP สิ่งที่มาจากที่ไกล
MC/NE ความไม่แน่นอน
MC/CU การมีความสำนึกเรื่องหมู่คณะ
NE/AD การเปลี่ยนแปลงแปลสภาพ
UR=VU/AD ความบ้าบิ่น
VU/PO คิดมาก
ME/AD มีแต่เรื่องเศร้า ๆ ภายในครอบครัว
CU/AD มีแต่เรื่องเศร้า ๆ ภายในครอบครัว
MA/JU สำรวย
MO/VE เป็นคนเจ้าความรู้สึก
JU/AD โชคลาภจากการขาดแคลน
AD/JU ความขาดแคลนทางด้านโชลภาล
PO/NE ดารา
MO ภรรยา หรือ แม่
AR+MO-CU ภรรยา
MO+MA ภรรยา
MO/MA ภรรยา
MO+MO-CU ภรรยา
MO+CU ภรรยา
MO/CU ภรรยา
MA+JU-MO การคลอดบุตรเป็นหญิง
MA+JU-VE การคลอดบุตรเป็นหญิง
UR+ZE-MA การร่วมเพศแล้วได้บุตรเป็นชาย
UR+ZE-VE การร่วมเพศแล้วได้บุตรเป็นหญิง
SA+CU-PL จุดหย่าร้าง
SA+PL-CU จุดหย่าร้าง
PL+CU-SA จุดหย่าร้าง
UR+ZE-MA การร่วมเพศแล้วได้บุตรชาย
UR+ZE-VE การร่วมเพศแล้วได้บุตรหญิง
AS+NO-ME จุดโทรศัพท์ภายในท้องถิ่น
CU+CU-AD พระ
ME+PO-VE การสัมพัสกับพระ
SU+CU-AD พระ ฤาษี
UR+ZE-HA ฝนตก
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
หลักการอ่านดวงชะตาในระบบเรือนชะตา
ท่าน วิตเตอ ให้หลักการอ่านไว้ว่า อ่านโดยวิธีผสมความหมายของดาวเข้ากับความหมายของราศีหรือเรือนชะตาที่ดาวดวงนั้นสถิต เท่านั้นก็เพียงพอ
เนื่องจากดาวพระเคราะห์นั้นมีธรรมชาติเป็น เพศชาย เมื่อเทียบกับราศีและเรือนชะตา เพราะฉะนั้นในการผสมความหมายของดาวเข้ากับเรือนหรือราศี จึงเน้นที่ ดาว
ตัวอย่าง เสาร์ สถิตในเรือนที่ 2 อ่านว่า มีทุกข์(เสาร์) เรื่องการเงิน
เมื่อท่านอ่านภาษาดาว ออกมาได้แล้วเช่นนี้ ขั้นต่อไปของการพยากรณ์ก็เป็นเรื่องของการอุปมาเพื่อทำนายให้กับเจ้าชะตา ดังเช่น การตรวจในดวงชะตาพบว่า อังคารสถิตในเรือนที 9 แปลว่า มีกิจกรรมพัวพันกับต่างแดน ก็อาจทำนายว่า เจ้าชะตามีเกณฑ์ได้เดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งก็ไม่แน่ว่าเขาจะได้ไปจริงหรือไม่ เพราะพยากรณ์เพียงจุดเดียว แต่ถ้าหากตรวจพบต่อไปอีกว่า พลัดพรากจากสิ่งแวดล้อม เช่นพบว่าเสาร์สถิตในเรือนที่ 1 ก็อาจทำนายได้ชัดลงไปได้อีกว่า เจ้าชะตามีหวังที่จะได้เดินทางไปต่างประเทศแน่ๆ เพราะมีจุดที่บอก แนวโน้ม ถึง 2 จุด ดังนี้เป็นต้น
และนี่ก็คือ ปัญหา ของนักโหราศาสตร์ใหม่ ๆ ซึ่งเกิดปัญหาในการทำนายโดยไม่รู้ตัว เพราะมัวแต่ศึกษาแต่ มองเพียงจุดเดียวไม่มองหลาย ๆ ปัจจัยในพื้นดวงของเจ้าชะตาอาจทำให้การพยากรณ์ผิดพลาดได้ แต่ก็ไม่มากมายนักก็ยังคงอยู่ในขอบเขตอยู่แต่อาจไม่ตรงเป้านักเหมือนยิงปืนไม่เข้าศูนย์กลางที่ต้องการ
ในการพยากรณ์อาชีพ ตามปกติจะถือหลัก แพ้คัดออก และหากปฏิบัติตามหลักดังกล่าวมานี้ ถึงแม้จะผิด ก็จะไม่ผิดมาก เพราะถึงอย่างไร ๆ เจ้าชะตาก็จะต้อง มีกิจกรรม อย่างนั้น
ในการพยากรณ์โดยอาศัยทฤษฏีเรือนชะตานั้น ตำแหน่งจุดเจ้าชะตา โดยเฉพาะคือ อาทิตย์ หรือ จันทร์ (สำหรับดวงชะตาหญิง) ถือว่าเป็นเรือนที่สำคัญที่สุด ซึ่งในเรือนชะตาดังกล่าวนี้ จะบอกทิศทางชีวิตที่สำคัญยิ่ง ให้แก่เรา นักโหราศาสตร์มือเก่า ๆ ยึด อาทิตย์ เพียงดวงเดียว ในการพยากรณ์ความเป็นไปในอนาคตของบุคคล ทั้งชายและหญิง จึงขอให้ท่าน จำ และเข้าใจ ความหมายของ อาทิตย์ในเรือนชะตาต่าง ๆ ให้ดี
1. วิธีการพยากรณ์ โดยเรือนชะตา มีหลักปฏิบัติเพียงประการเดียวที่เป็นแก่นสารของการพยากรณ์เรือนชะตา คือ เอา อิทธิพลของดาว ผนวกกับ อิทธิพลของเรือน แล้วอุปมาเป็นคำทำนายโดยให้หลักทางด้านจิตวิทยา
ในทฤษฏีเรือนชะตา วิชาโหราศาสตร์ยึดหลักในการพยากรณ์เมื่อมีการพิจารณาราศีควบคู่ไปกับเรือนชะตา
2. ดาวพระเคราะห์หรือปัจจัยในราศี บอก สันดาน หรือ กรรมเก่า ของเจ้าชะตา
3. ดาวพระเคราะห์หรือปัจจัยในเรือนชะตา บอก ความเป็นอยู่ ซึ่งมีผลมาจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม ของเจ้าชะตา
4. หลักการพยากรณ์ตามที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ เป็นหลักทั่วๆไป ใช้ได้สำหรับโหราศาสตร์ ทุกระบบอย่าลืม หลักการอ่านดวงชะตา เอาอิทธิพลดาว ผนวกเข้ากับ อิทธิพลของราศีด้วย อิทธิพลของเรือนชะตา ที่ดาวดวงนั้นสถิตอยู่ อ่านตามหลักนี้เสียก่อน แล้วจึงอุปมาเป็นคำทำนาย โดยใช้หลักทางด้านจิตวิทยา
5. ขอย้ำอีกครั้ง ว่าหากมีปัจจัยอื่นสัมพันธ์หรือได้ตำแหน่งสัมพันธ์กับดาวพระเคราะห์ในเรือนชะตา หรือราศี ที่พิจารณา ก็ให้ ผนวก อิทธิพลของปัจจัยนั้น ๆ เข้ากับคำพยากรณ์ที่อ่านจาก ดาว + เรือน นั้นด้วย ดังตัวอย่างเช่น
จันทร์ สถิตในเรือนที่ 4 แปลว่า มีความรู้สึกสำนึกในเรืองบ้าน ชอบอยู่แต่ในบ้าน มีบุคคลเพศหญิงอยู่ในบ้านหลายคน เช่น มีแต่บุตรสาว เป็นต้น มีการเปลี่ยนแปลงและมีการผันแปรเกี่ยวกับเรื่องบ้านอยู่เสมอ หรือชอบเลี้ยงไม่ดอก
จันทร์สถิตในเรือนที่ 4 ทำมุม 45 องศากับ เสาร์ แปลว่า มีการย้ายบ้านบ่อย หรือมีวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องบ้านอยู่ตลอดเวลา หรือบุคคลเพศหญิงภายในบ้านมักเปล่าเปลี่ยวหรือถูกทอดทิ้ง
การพยากรณ์จะยิ่งละเอียดลออและประณีตยิ่งขึ้นถ้ามีการเอา คุณสมบัติของราศี ที่ดาวพระเคราะห์นั้นสถิต ทั้งดาวพระเคราะห์ในเรือนชะตาที่พิจารณา และดาวพระเคราะห์หรือปัจจัยที่มีสัมพันธ์กับดาวพระเคราะห์หรือปัจจัย ในเรือนที่พิจารณานั้น ตัวอย่าง เช่น ในดวงชะตา จันทร์ สถิตในเรือนที่ 4 สัมพันธ์ถึง เสาร์ ซึ่งสถิตในราศีตุล เป็นต้น เราอาจพยากรณ์ด้วยความแม่นยำเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ได้ว่า เจ้าชะตาจากบ้านอยู่เป็นนิจสิน หรือ ในกรณี อาทิตย์ สถิตในเรือนที่ 5 ทำมุม 45 องศากับ ศุกร์ซึ่งสถิตในราศีตุล คำพยากรณ์ที่ว่า ชอบเป็นศิลปินนักแสดงหรือเป็นครูในโรงเรียนช่างศิลป ย่อมใกล้เคียงกับกับความเป็นจริงยิ่งขึ้น
ในกรณีพิจารณา ราศี ที่สถิตของดาวพระเคราะห์ในเรือนชะตาที่พิจารณา ด้วย ดังตัวอย่างเช่น ในดวงชะตาหนึ่งตรวจพบว่า อังคารสถิตในเรือนที่ 5 ราศีธนู ทำมุม 90 องศากับ มฤตยูราศีมีน ก็อาจพยากรณ์ได้ว่า ชอบอาสางาน หรือมีหัว เพราะอังคารในเรือนที่ 5 ไปทางด้านการเมือง คือ ราศีธนู ซึ่งจะทำให้ตนต้องเดือนร้อนโดยไม่คาดคิดมาก่อน เพราะมฤตยูในราศีมีน
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
ความหมายของเรือนชะตา (HOUSES)
ในที่นี้โปรแกรมเราใช้เรือนเท่า คือแบ่ง เรือนชะตาเป็น 30 องศาเท่า ๆ กัน มีทั้งหมด 12 เรือนชะตา ที่นิยมเล่นกันอยู่อาจกล่าวกว้าง ๆ ได้ว่า โดยอุปมาอุปไมย แล้วความหมายของเรือนก็คือความหมายของราศีนั่นเอง และมีทิศทางเฉพาะบุคคลหรือเฉพาะรายมากกว่า ต่อไปนี้ความหมายของเรือนชะตาทั้ง 12 เรือน ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นในยุคต้น ๆ แต่สมบูรณ์แบบที่สุด ข้าพเจ้าได้คัดลอกมาจากตำราโหราศาสตร์ชั้นดีที่สุดเล่มหนึ่งของต่างประเทศ พร้อมทั้งได้คงคำเรียกเป็นภาษาลาตินไว้ มีรายละเอียดดังนี้
เรือนที่ 1 (ตนุ Vita )
หรือจุดอุทัย ก็เรียก จะให้ข้อสรุปเกี่ยวกับเจ้าชะตาผู้นั้น สุขภาพ และ ลักษณะของอารมณ์ของเขา
เรือนที่ 2 ( กภุมภะ Lucrum)
คือเรือนที่เป็นประตูเข้า จะให้ข้อสรุปเกี่ยวกับ สังหาริมทรัพย์ที่หามาได้ หรือมาจากมรดกตกทอดก็ตาม
เรือนที่ 3 (สหัชชะ Fratres)
เราจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับพี่น้องญาติร่วมสายโลหิต การเดินทางระยะใกล้
เรือนที่ 4 ( พันธุ Gnitor )
หรือจุดใต้ฟ้าก็เรียก จะให้ข้อสรุปเกี่ยวกับบ้านเกิด บ้านและที่ดิน การเกษตร และให้ข่าวสารว่าเจ้าชะตาจะถึงแก่กรรม อย่างผู้มีอันจะกินหรือถึงแก่กรรมอย่างอนาถา ถ้ามีดาวร้ายมาทำมุมหรืออยู่ในเรือนนี้คือ เสาร์ อังคาร ฯลฯ ไม่ดีนัก
เรือนที่ 5 ( ปุตตะ Nati)
จะเกี่ยวกับความโชคดี จะให้ข้อสรุปเกี่ยวกับบุตร การมีโชคทางด้านความรัก เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ ความสำราญของเจ้าชะตา
เรือนที่ 6 (โอริ Valetudo)
คือความโชคร้าย ให้ข้อสรุปเกี่ยวกับความไม่สมบูรณ์และโรคภัยไข้เจ็บ
เรือนที่ 7 (ปัตตนิ Uxor )
หรือ จุดอัสดง จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งงาน
เรือนที่ 8 (มรณะ Mors )
หรือประตูออก จะให้ข้อสรุปเกี่ยวกับ ลักษณะการถึงแก่กรรม งานศพ สมบัติ เป็นเรือนที่บงบอกถึงการเสียเปรียบใคร หรือได้เปรียบใคร ตามราศี และดาวเกษตรตัวอย่า
เรือนที่ 9 (ศุภะ religio)
จะให้ข้อสรุปเกี่ยวกับ ปัญญา ปรัชญา ศาสนา และการเดินทางไกล
เรือนที่ 10 (กัมมะ Ragum )
หรือจุดจอมฟ้าก็เรียกได้ จะให้ข้อสรุป เกี่ยวกับตำแหน่งในสังคมและเกียรติยศ
เรือนที่ 11 (ลาภะ Benefactaque )
จะให้ข้อสรุปเกี่ยวกับ มิตรสหายและการมีโชคของเจ้าชะตา
เรือนที่ 12 ( วินาศนะ Czrcer )
จะให้ข้อสรุปเกี่ยวกับศัตรู ความโชคร้ายต่าง ๆ คุก ตะราง
ความหมายของเรือนชะตาโลก หรือบ้านเมืองที่เราอาศัยอยู่
การอุปมาอุปไมยไปใช้กับดวงชะตาโลกหรือชะตาบ้านเมืองสำหรับความหมายของเรือนชะตาทั้ง 12 เรือน โดยได้คัดลอกมาจาก (Raphael Mundane Astrology)
เรือนที่ 1 บุคคลทั่วไปการสาธารณสุข สภาพของประเทศโดยทั่ว ๆไป สถานการณ์ต่าง ๆ ด้านมหาดไทยโดยทั่วไป
เรือนที่ 2 กิจกรรมคลังของชาติ รายได้ของรัฐจากภาษีอากรและอื่น ๆ ธนาคารและการพาณิชย์
เรือนที่3 การขนส่งและกิจกรรมทางด้านนี้ การจราจร หลักทรัพย์และหุ้น
เรือนที่ 4 ลักษณะอากาศ การเกษตร พืชไร่และที่ดิน เหมือง อาคารสาธารณะ พรรคการเมือง ฝ่ายตรงข้าม
เรือนที่ 5 สถานเริงรมย์ต่าง ๆ เด็ก ๆ การศึกษา อัตราการเกิด โรงเรียน การพนัน
เรือนที่ 6 โรคภัยไข้เจ็บ การสุขาภิบาล ทองทัพ ทหาร ชนชั้นผู้ใช้แรงงานทั่วไป
เรือนที่ 7 การต่างประเทศ การสงคราม กรขัดแย้งระหว่างประเทศ การค้ากับต่างประเทศ
เรือนที่8 ความหายนะ อัตราการตาย การฆาตกรรม
เรือนที่ 9 ศาล การตุลาการ พระศาสนา การค้า และกิจการเกี่ยวกับอาณานิคม อำนาจ ทางวิทยาการ การส่งออก
เรือนที่ 10 พระราชา รัฐบาล อำนาจการปกครองต่าง ๆ
เรือนที่ 11 รัฐสภา สภาผู้แทนในสภา การออกกฎหมาย
เรือนที่ 12 เรือนจำ สถานฝึกอาชีพ โรงพยาบาล อาชญากรรม การฆาตกรรม ความผิดทางอาญา ศัตรูลึกลับต่าง ๆ
เป็นหลักการสำคัญและใช้เสมอในการอ่านดวงชะตาโดยทฤษฏีเรือนชะตามีดังนี้
เรือนเกณฑ์
เป็นเรือนที่สำคัญที่สุดในเรือนชะตา และเทียบได้กับราศีจร ได้แก่ เรือนที่ 1 4 7 10 ที่ว่าสำคัญเพราะมีลักษณะเป็นจุดเปลี่ยน อันหนึ่งทำนองเดียวกับราศีเมษ กรกฏ ตุลย์ มังกร อันเป็นจุดเปลี่ยนของธรรมชาติในรอบปีเมื่ออาทิตย์โคจรถึงจุดทั้ง 4 นี้ ดาวพระเคราะห์ที่สถิตในเรือนเกณฑ์จะแสดงอิทธิพลเน้นหนักไปทางด้านนอก หรือ ปฏิบัติ เสมอไป ตัวอย่างเช่น อังคารสถิตในเรือนที่ 7 จะมีผลทำให้เจ้าชะตามีอันต้องเข้าไปวุ่นวายกับสังคมอยู่เป็นนิจ คู่ครองเป็นบุคคลแข็งกล้า หากเป็นด้านร้าย มักก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทอุตลุด ดังนี้ เป็นต้น
เรือนกลาง
ได้แก่เรือนที่ 2 5 8 11 อันเทียบได้กับสถิตราศี เรือนชะตาเหล่านี้มีอิทธิพลไปทางที่ก่อให้เกิดความหนักแน่น มีแนวโน้มในทางยับยั้งความวู่วามของเรือนเกณฑ์ อันเป็นเรือนที่ 12 ของเรือนตน เช่นราศีพฤษมีแนวโน้มยับยั้งความวู่วามของราศีเมษเป็นต้น หากเป็น โทษจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการพุ่งไปสู่ความสูงส่งของชีวิต
เรือนปลาย
ได้แก่เรือนที่ 3 6 9 12 ซึ่งเที่ยบได้กับอุภยราศี เรือนชะตาเหล่านี้มีอิทธิพล ไปในทางก่อให้เกิดความไม่แน่นอน ทางโหราศาสตร์ถือว่า เรือนที่ 3 กับ 9 เป็นเรือนชะตาแห่งปัญญาความฉลาด ดาวพระเคราะห์ที่สถิตในเรือนทั้ง 2 นี้ หากมีสภาพเป็นดาวเด่นในดวงชะตา เช่น มีตำแหน่ง สัมพันธ์ถึง ลัคนา เมอริเดียน หรือจุดเจ้าชะตาอื่น ดาวพระเคราะห์นั้น ๆ จะแสดงอิทธิพลเน้นหนัก ไปทางด้านในหรือทางทฤษฏี อันเป็นคุณสมบัติที่ตรงกันข้าม กับคุณสมบัติของเรือนเกณฑ์ ดังได้กล่าวมาแล้ว ส่วดาวพระเคราะห์ที่สถิตในเรือนปลายอีก สองเรือนที่เหลือคือเรือนที่ 6 กับ 12 จะแสดงถึงการมีหัวทางด้ายอาชญากรรม ความหมายทางโหราศาสตร์ ของดาวเคราะห์ที่เดินเร็ว และโคจรช้า
ความเป็นคู่ ของเรือนชะตาทั้ง 12 เรือน แบ่งออกได้ดังนี้
เรือนที่ 1 จะตรงกับ หรือเป็นคู่กับ เรือนที่ 7
เรือนที่ 2 จะตรงกับ หรือเป็นคู่กับ เรือนที่ 8
เรือนที่ 3 จะตรงกับ หรือเป็นคู่กับ เรือนที่ 9
เรือนที่ 4 จะตรงกับ หรือเป็นคู่กับ เรือนที่ 10
เรือนที่ 5 จะตรงกับ หรือเป็นคู่กับ เรือนที่ 11
เรือนที่ 6 จะตรงกับ หรือเป็นคู่กับ เรือนที่ 12
เรือนชะตาแบบต่าง ๆ ที่นิยมใช้กัน
เรือนชะตาที่ใช้ในการพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ใช้จุดเจ้าชะตา มาทำเป็นเรือนชะตาเพื่อดูรายละเอียดให้มายิ่งขึ้น
1. เรือนชะตาโลก เป็นเรือนชะตาที่เกิดขึ้นจาการตั้ง จุดกรกฏ ที่ กรกฏ ในดวงชะตา เรือนชะตาโลกจะให้ข่าวสารแก่เราเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเจ้าชะตากับบุคคลทั่วไป (ให้ใช้แกน 9-10 ของโปรแกรม Apollon 15 หมุนไปที่ตรงกึ่งกลางจุด กรกฏ
2. เรือนชะตาเมอริเดียน เกิดจากการตั้ง จุดกรกฏ ที่จุดเมริเดียนในพื้นดวงชะตา เรือชะตาเมอริเดียนนี้ เป็นเรือนชะตา ที่สำคัญที่สุด ใช้ประโยชน์สำหรับอ่าน คุณภาพทางด้านจิต (ใช้แกน 9-10 ของโปรแกรม Apollon 15 หมุนไปที่ตรงจุด M ในพื้นดวง
3. เรือนชะตาลัคนา เป็นเรือนชะตาที่เกิดจากการตั้ง จุด ตลุย์ ของจานหมุนที่ ลัคนา ในดวงชะตา เรือนชะตา ลัคนา จะให้ข่าวสารเราทางด้านที่เกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ของเจ้าชะตากับ สิ่งแวดล้อม เช่นข่าวสารเกี่ยวกับผู้คุ้นเคย ญาติสนิท ฯลฯ เป็นต้น (ใช้ แกน 1 – 12 ของโปรแกรม Apollon หมุนไปที่ตรงจุด A ในพื้นดวง )
4. เรือนชะตาอาทิตย์ เป็นเรือนชะตาที่เกิดจากการตั้ง จุดมังกร ในจานคำนวณที่ อาทิตย์ ในดวงชะตา สำหรับในดวงชะตาจรประจำวัน เรือนชะตาอาทิตย์นี้จะให้ข่าวสาร สำหรับวันนั้น ๆ ( ใช้ แกน 3 – 4 ของโปรแกรม Apollon หมุนไปที่ตรงจุดอาทิตย์ ในพื้นดวง )
5. เรือนชะตาจันทร์ เกิดขึ้นโดยวิธีการตั้ง จุดกรกฏ ที่ตำแหน่งของจันทร์ ในดวงชะตา เรือนชะตาจันทร์ จะใช้ข่าวสารแก่เราในเรื่องราวที่เกี่ยวกับบุคคลเพศหญิง ในดวงชะตาหญิง จะบอกเรื่องราวที่เกี่ยวกับกายสังขารของเจ้าชะตาด้วย โดยทั่วไปจะบอกถึงการทำงานของมันสมองของมนุษย์ สำหรับเหตุการณ์ประจำวันในวันหนึ่ง ๆ นั้นเรือนชะตาจันทร์ จะให้ข่าวสารปรากฏการณ์ภายในชั่วโมงต่าง ๆ (ใช้แกน 9 – 10 ของโปรแกรม Apollon 15 หมุนไปที่ตรงจุดจันทร์ ในพื้นดวง )
6. เรือนชะตาราหู เกิดขึ้นโดยวิธีตั้งจุด ตลุย์ ที่ตำแหน่งราหูในดวงชะตา เรือนชะตาราหู จะให้ข่าวสารเกี่ยวกับความสัมพันธ์โดยทั่ว ๆ ไป ของเจ้าชะตา (ใช้แกน 1 – 12 ของโปรแกรม Apollon 15 หมุนไปที่ตางราหู ในพื้นดวง )
ส่วนใหญ่การพยากรณ์โดยเรือนชะตาแบบยูเรเนียน จะใช้จุดเจ้าชะตาสำคัญมาทำเป็นเรือนชะตาเพื่อนอ่านความเป็นไปของชีวิตของแต่ละคนได้อย่างละเอียด และยังมีเรือนชะตาดาวทั่ว ๆ ไปอีก โดยสามารถนำดาวทั้งหมดมาตั้งทำเป็นเรือนชะตาได้อีก
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
ลำดับการตรวจดวงชะตา โดยพระเคราะห์สนธิ
ขั้นที่1 ตรวจทั่วไป
1. ดูสัมพันธ์ของกลุ่มดาวที่น่าสนใจ ที่เด่น ซึ่งสัมพันธ์ ถึงจุดเจ้าชะตา
2. ตรวจ เมษ = อะไร
3. ตรวจ อาทิตย์ = อะไร
4. ตรวจ จันทร์ = อะไร
5. ตรวจ เมอริเดียน = อะไร
6. ตรวจ ลัคนา = อะไร
การตรวจทั่วไปนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อพิจารณาถึง แนวโน้ม ของชีวิตโดยทั่ว ๆ ไป ของเจ้าชะตา
ขั้นที่2 ตรวจการงาน
ตรวจตาม ผลของการอุปมาที่ได้รับจากการตรวจขั้นที่ 1
ใช้จุดอิทธิพลแสดงอาชีพต่างๆ ตรวจเพื่อนยืนยันผลจากการอุปมา
ตรวจความรุ่งเรือง ความเจริญก้าวหน้า โดยความสัมพันธ์ของ
พฤหัส จุดเจ้าชะตา อังคาร มฤตยู พลูโต เซอุส โครโนส อาพอลลอน วัลคานุส
ระยะวังกะ 5-10 ลิปดา
ขั้นที่3 ตรวจการเงิน
พิจารณาจากการตรวจในขั้นที่ 2 แต่เพ่งเล็ง พฤหัส/มฤตยู หรือ จุด “ การเงิน “ อื่นๆ
ขั้นที่4 ตรวจครอบครัวและความรัก
ตรวจการมี บ้าน ของตนเอง โดย ใช้จุด พฤหัส/เสาร์ หรือ พฤหัส + เสาร์ สัมพันธ์กับ จุดเจ้าชะตา หรือไม่
ตรวจ ภรรยา โดย
ดูจากจันทร์ ทำมุมถึงดาวดีหรือไม่ดี หรือ จุดที่แปลว่า ภรรยาก็ได้ เพื่อเป็นการยืนยัน
ตรวจสามี โดย
อาทิตย์ ทำมุมถึงดาวดีหรือไม่ดี หรือจุดที่แปลว่า สามี เพื่อเป็นการยืนยัน
ตรวจครอบครัว โดย
ใช้จุด คิวปิโด = จุดเจ้าชะตา /… อะไร
จุดเจ้าชะตา = คิวปิโด/…อะไร
จุดเจ้าชะตา/คิวปิโด = อะไร (ปัจจัยเดี่ยว)
อาทิตย์/จันทร์ = อะไร (ปัจจัยเดี่ยว)
ตรวจความรัก โดย
ศุกร์ = จุดเจ้าชะตา/… อะไร
จุดเจ้าชะตา = ศุกร์/… อะไร
จุดเจ้าชะตา/ศุกร์ = อะไร (ปัจจัยเดี่ยว ๆ )
ตรวจความเป็นโสด ไม่แต่งงาน หรือแต่งงานไม่ได้
ใช้จุดอิทธิพล ดังต่อไปนี้
เสาร์ + พูลโต – คิวปิโด = เนปจูน
เนปจูน + คิวปิโด – ลัคนา =ลัคนา หรือ = จุดเจ้าชะตาอะไรก็ได้
พูลโต + ฮาเดส – คิวปิโด หรือ =คิวปิโด หรือ = จุดเจ้าชะตา
ตรวจการหย่าร้าง
มีจุดอิทธิพลแสดง การหย่าร้าง อยู่หลายชุด แต่ที่สำคัญควรจำให้ได้มี
เสาร์ + พลูโต – คิวปิโด ( = คิวปิโด หรือ = จุดเจ้าชะตา )
เสาร์ + คิวปิโด – พลูโต ( =พลูโต หรือ =จุดเจ้าชะตา )
พลูโต + คิวปิโด – เสาร์ ( =เสาร์ หรือ = จุดเจ้าชะตา )
นอกจากนี้ยังมีจุดอิทธิพลอื่น ๆ ดังเช่น
เสาร์ + คิวปิโด หรือ เสาร์/คิวปิโด สัมพันธ์กับจุดเจ้าชะตา
เสาร์ + คิวปิโด – อาพอลลอน
ลัคนา + ฮาเดส – คิวปิโด
ราหู + เสาร์ – คิวปิโด
อังคาร + เสาร์ – คิวปิโด
เสาร์ + เสาร์ – คิวปิโด
พฤหัส + เสาร์ – คิวปิโด
อังคาร + แอดเมตอส – คิวปิโด
ตรวจการพบเนื้อคู่ (ใช้ในการพยากรณ์จร )
การพบเนื้อคู่จะเกิดขึ้นเมื่อ จุดเจ้าชะตา ที่แรง ๆ โคจรไปสัมพันธ์กับจุด
อังคาร + คิวปิโด-ราหู
ราหู + มฤตยู – คิวปิโด
มฤตยู + คิวปิโด – ราหู
ราหู + จันทร์ – คิวปิโด
อังคาร + คิวปิโด – ลัคนา
ศุกร์ + คิวปิโด – อังคาร
ราหู + คิวปิโด – ศุกร์
ราหู + ศุกร์ – คิวปิโด
ศุกร์ + คิวปิโด – ราหู
จุดอิทธิพลแสดงถึง การพบเนื้อคู่ นี้ หากสัมพันธ์ถึงกัน หลาย ๆ จุด การ พยากรณ์ก็จะ
ยิ่งแม่นยำขึ้น
ขั้นที่ 5 การตรวจโรค
การตรวจโรคชนิดเฉียบพลัน
ตั้งจานหมุนที่ จุด อังคาร/เนปจูน หรือ อังคาร/อาเดส ถึงจุดเจ้าชะตาหรือไม่
การตรวจโรคชนิดเรื้อรัง
ตังจานหมุนที่ อังคาร/เสาร์ เสาร์/เนปจูน เสาร์/ฮาเดส ถึงจุดเจ้าชะตาหรือไม่
การตรวจโรคโดยการตั้งจุดคำนวณดังกล่าวนี้ เป็นการตรวจขั้นต้นโดยทั่ว ๆ ไป หาก
ต้องการละเอียด ให้ใช้จุดอิทธิพลตามที่มีอยู่ในคัมภีร์ฯ ซึ่งมีอยู่มากชนิดมาร่วมด้วย
เช่น โรคมะเร็ง เสาร์+ เนปจูน-ฮาเดส เป็นต้น
ทางโหราศาสตร์ จะพิจารณาว่า คนเราอาจประสบความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ทั้ง
กาย คือ อาทิตย์ ได้แก่การป่วยเป็นโรคทั่วๆ ไป ถ้าเป็นดวงชะตาชาย จันทร์ คือ มารดา ภรรยา
ทางจิต คือ จันทร์ หรือทางใจ เช่น เศร้าโศรกเสียใจ ตกใจง่าย ดวงชะตาหญิงจะถือว่าจันทร์
ก็เป็นกายสังขารของเขาด้วยเช่นกัน
ทางสัญชาตญาณ เมอริเดียน เช่น วิกลจริต สติไม่ปกติ
ขั้นที่ 6 การตรวจเบ็ดเตล็ด
มีเรื่องราวมากมายในชีวิตเรา ส่วนใหญ่จะพยากรณ์โดยให้วิธีการ อุปมา และหนทางที่ดีที่สุด ไม่มีอะไรดีกว่า ใช้เวลาว่างตรวจดูในคัมภีร์ฯ
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
ระบบเรือนชะตา ทั้ง 6
การอ่านเรือนเอาเข้าไปผสมกับดาวก็สามารถอ่านได้แล้ว เรือนชะตาก็มาจากราศีนั่นเอง
ต่างกันทางด้านปัญญา ราศีคือกรรมเก่าแก้ลำบากปรับแก้ไม่ได้ เรือนคือกรรมใหม่สามารถแก้ไขได้ คือการย้ายที่อยู่เสีย การอ่านเอาเรือนไปบวกกับดาว อ่านให้เข้าใจ ตามใจชอบ ความแม่นยำเทียบได้เท่ากับการวัดมุม ไม่ผิดเพี้ยน เราควรยึดหลัก 1 4 7 10 ไว้ อ่านได้เจ้าชะตาพอใจก็คือว่าใช้ได้แล้ว ว่ามีอะไรเกิดขึ้น เหมาะกับการสรุปพื้นดวง และจรก็ได้
เรือนที่ 1 เทียบได้เท่ากับราศี เมษ การต่อสู้ การเกิด กำเนิด ตัวของเจ้าชะตา มีดาว อังคาร
ตัวเราเป็นอย่างไร ในขณะนี้ หรือเกิดมาเป็นอย่างไร
พื้นดวง เกิดเป็นอย่างดีหรือไม่ดี ทำอะไร จร ขณะนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเรา
เรือนที่ 2 เทียบได้เท่ากับราศี พฤษ การกักตุน สวยงาม มีดาวศุกร์
พื้นดวง ดูว่าพื้นฐานทางด้านการเงิน ฐานะความมั่นคง จร โชคมาหรือไม่
เรือนที่ 3 เทียบได้เท่ากับราศี มิถุน การติดต่อการพูด สื่อสาร มีดาวพุธ
พื้นดวง เรามีการติดต่อหรือมีความสัมพันธ์กับใครบ้างดีหรือไม่ได้ จร การเดินทาง การติดต่อ ในระดับใกล้ ๆ
เรือนที่ 4 เทียบได้เท่ากับราศี กรกฏ บ้าน มวนชน ถ้ามีดาวอะไรอยู่ก็แปลไปตามนั้นได้เลยโดยเอาดาวไปผสมกับเรือน มีดาวจันทร์
พื้นดวงเกี่ยวกับบ้านและที่ดิน บ้าน จร เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย บ้านที่ดิน
เรือนที่ 5 เทียบได้เท่ากับราศีสิงห์ การเอาชนะ ต่อสู้ มีดวงอาทิตย์
พื้นดวง คนใกล้ชิดบุตร ลูกน้อง การใช้อำนาจ จร คนที่อยู่ใกล้ชิดที่อายุน้อยกว่า มีอะไรกับเราหรือไม่
เรือนที่ 6 เทียบได้เท่ากับราศี กันย์ การทำงาน การถูกเอาเปรียบ มีดาวพุธ
พื้นดวง คือการเจ็บป่วยของชีวิต ความจำกัด จร การเจ็บป่วยเป็นโรคอะไร
เรือนที่ 7 เทียบได้เท่ากับ ราศีตุลย์ รักสงบ รักสวยรักงาม เจ้าระเบียบ มีดาว ศุกร์
พื้นดวงคู่ครอง หรือหุ้นส่วน ความผูกสัมพันธ์ทางเพศ จร การแต่งงาน การจับคู่
เรือนที่ 8 เทียบได้เท่ากับ ราศีพิจิก คือราศีแห่งความตาย มีดาวอะไรอยู่ ดาวอังคาร
พื้นดวงจะบอกข่าวเกี่ยวกับความตาย อย่างไร จร จะบอกเวลาอันสมควร
เรือนที่ 9 เทียบได้เท่ากับ ราศีธูน มีดาว พฤหัส เป็นเจ้าเรือน
พื้นดวงบอกถึงแนวความคิดการวางแผนในชีวิต จร การเจิรญรุ่งเรืองของชีวิต
เรือนที่ 10 เทียบได้เท่ากับ ราศีมังกร ถ้ามีอาทิตย์อยู่ในราศีนี้เทียบได้เท่ากับเที่ยงชีวิตจะมีชีวิตรุ่งโรจน์ มีดาวเสาร์
พื้นดวงเป็นเรือนที่บอกถึงความรุ่งโรจน์ของชีวิต ว่าไปได้ถึงจุดไหน จร ดูว่าถึงจุดสุดยอดหรือยัง
เรือนที่ 11 เทียบได้ เท่ากับ ราศีกุมภ์ มีดาวยูเรนัส ชอบความเป็นเสรี ไม่ขึ้นกับใคร เป็นตัวของตัวเอง
พื้นดวง การเปลี่ยนแปลง โชคลาภ การรับเข้ามา จร การมีหลักมีฐาน ในชีวิต
เรือนที่ 12 เทียบได้ เท่ากับ ราศีมีน มีเนปจูน อยู่ หมายถึงความสันโดษ วิเวกวังเวง ศาสนา ไม่วินาศ มีความเฟ้อฝันอย่างแรง จะเป็นอะไร ถ้าอยู่ในสภาพนั้น จะเกิดขึ้น
พื้นดวง จะบอกข่าวเกี่ยวกับนิสัยเค้าเป็นคนอย่างไร ชอบอาศัยอยู่ในสภาพแบบไหน จรขจะบอกถึงความถึงที่สุดของชีวิต
การอ่านดวงชะตาตามีหลักคือการแยกออกเสียก่อนแล้วมารวมกันอีกครั้ง ถึงจะได้ใจความ
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
มุมสัมพันธ์ระหว่างดวงดาว (The planetary aspects)
ดวงดาวแต่ละดวงในทางโหราศาสตร์ย่อมมีความหมายในตัวเองซึ่งเมื่อปรากฏอยู่ในราศีใดก็นำความหมายของราศีที่เกี่ยวข้องและองศาที่ดาวอยู่ในราศีนั้นมาร่วมพิจารณาด้วยว่าดาวให้คุณหรือโทษกับเจ้าชะตาหรือไม่ อย่างไร นั่นคือการพิจารณาดาวเพียงแค่ดวงเดียว แต่ดาวแต่ละดวงในจักราศีที่ปรากฏบนพื้นดวงของเจ้าชะตาและลอยอยู่บนท้องฟ้าในขณะที่มีเหตุการณ์ที่เจ้าชะตาสนใจนั้นตั้งแต่สองดวงขึ้นไปย่อมทำมุมซึ่งกันและกันตามตำแหน่งดวงดาวแต่ละดวงที่ปรากฏในองศาและ/หรือราศีที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดความหมายใหม่ที่ให้ข้อมูลที่ละเอียดและมีประโยชน์ต่อการทำนายพื้นดวงและเหตุการณ์ต่างๆที่น่าสนใจมากขึ้น การทำมุมกันระหว่างดวงดาว คือ มุมสัมพันธ์ระหว่างดวงดาว
มุมสัมพันธ์ระหว่างดวงดาว คือความเชื่อมโยงของดวงดาว โดยมีความหมายแตกต่างกันไป ขึ้นกับ ความหมายของดาว ราศีและองศาในราศีที่ดาวอยู่ และการทำมุมกันระหว่างดาวที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีความหมายทั้งในทางบวกและในทางลบต่อเจ้าชะตา มุมสัมพันธ์ระหว่างดวงดาว สามารถแบ่งออกเป็นมุมหลัก (Major) ซึ่งมีความสำคัญต่อการพยากรณ์มากกว่า และมุมรอง (Minor) ซึ่งมีความสำคัญต่อการพยากรณ์น้อยกว่าดังต่อไปนี้
มุม Major ได้แก่ มุม 0 องศา (The conjunction), 60 องศา ( The sextile), 90 องศา (The square), 120องศา (The trine) และ 180 องศา (The opposition)
มุม Minor ได้แก่ มุม 150 องศา (The inconjunction), 30 องศา ( The semi-sextile), 45 องศา (The semi-square), 72 องศา (The quintile) และ 135 องศา (The sesquiquadrate)
จากมุมสัมพันธ์ดังกล่าวทั้งมุม Major และ Minor นั้น ดาวที่ทำมุมกันสามารถที่จะมีมุมคลาดเคลื่อนไปจากมุม Major หรือ Minor ที่กำหนดไว้ได้โดยไม่เกินที่ระบุไว้มุมสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องจะยังคงไว้ซึ่งอิทธิพลต่อเจ้าชะตาไว้ได้แต่อาจจะลดลงบ้าง โดยความคลาดเคลื่อนของมุมที่ดาวทำมุมกันสำหรับมุม Major ยอมให้คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 7 ถึง 8 องศา ยกเว้นในกรณีที่มีดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์เข้ามาเกี่ยวข้องยอมให้คลาดเคลื่อนได้ถึง 12 องศา สำหรับมุม Minor ยอมให้มุมระหว่างดาวที่เกี่ยวข้องคลาดเคลื่อนได้ 1 ถึง 2 องศา
การแปลความหมายของมุมสัมพันธ์นอกจากจะแปลตามความหมายของมุมแล้ว ยังจะต้องนำความหมายของดาว ราศีและองศาในราศีที่ดาวแต่ละดวงอยู่และอาจรวมทั้งจุดอิทธิพลและศูนย์รังสีที่เกี่ยวข้องมาร่วมในการพิจารณาความหมายก่อนที่จะทำนายออกไปด้วย โดยแต่ละมุมสัมพันธ์มีความหมายดังต่อไปนี้
มุม Major ได้แก่
มุม 0 องศา (The conjunction)
ดาวสองดวงทับกันบนจักราศี หมายถึง ดาวสองดวงผสานความหมายรวมกันแรงที่สุด มีความหมายได้ทั้งในแง่บวกและลบ ขึ้นกับดาวและราศีรวมทั้งองศาในราศีที่เกี่ยวข้อง
มุม 60 องศา ( The sextile)
ดาวสองดวงทำมุม 60 องศา หมายถึง การหลอมรวมพลังงานของดาวไปด้วยกัน มีความเป็นไปได้และการเชื่อมโยงใหม่ๆเกิดขึ้น
มุม 90 องศา (The square)
ดาวสองดวงทำมุม 90 องศา หมายถึง มีความขัดแย้งจนมีความตึงเครียดเกิดขึ้น ต้องใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะฝ่าฟันอุปสรรคจนประสบความสำเร็จ
มุม 120องศา (The trine)
ดาวสองดวงทำมุม 120 องศา หมายถึง การหลอมรวมพลังงานของดาวไปด้วยกันอย่างง่ายดาย มีความสะดวกและผลประโยชน์เกิดขึ้น
มุม 180 องศา (The opposition)
ดาวสองดวงทำมุม 180 องศา หมายถึง การแบ่งออกเป็นฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกัน การมีปฏิกิริยาร่วมกัน การแข่งขัน
มุม Minor ได้แก่
มุม 30 องศา ( The semi-sextile)
ดาวสองดวงทำมุม 30 องศา หมายถึง การดึงดูดซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดความพยายามและข้อมูลใหม่ๆเกิดขึ้น
มุม 45 องศา (The semi-square)
ดาวสองดวงทำมุม 45 องศา หมายถึง การมีความขัดแย้งในเรื่องละเอียดอ่อน เรื่องเล็กๆน้อยๆ หรืออยู่ในระดับน้อยๆ ต้องการความสงบ ความสุขุมในการแก้ไข
มุม 72 องศา (The quintile)
ดาวสองดวงทำมุม 72 องศา หมายถึง การให้ความรู้สึกสบายใจ สิ่งที่ทำให้สบายใจหรือมีผลในทางจิตใจในเชิงบวก
มุม 135 องศา (The sesquiquadrate)
ดาวสองดวงทำมุม 135 องศา หมายถึง การมีความขัดแย้งในเรื่องละเอียดอ่อน เรื่องเล็กๆน้อยๆ หรืออยู่ในระดับน้อยๆ ต้องการการควบคุม กฎระเบียบในการแก้ไข
มุม 150 องศา (The inconjunction)
ดาวสองดวงทำมุม 150 องศา หมายถึง การมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเด่นกว่า ความไม่สมดุล ความไม่เท่าเทียมกัน ต้องการอาศัยการจำแนกประเภทและดำเนินการตามความเหมาะสม
ข้อแตกต่างระหว่างมุม 60 และ 120 องศา ดาวทั้งสองดวงอยู่ในราศีที่มีธาตุเกื้อกูลกัน ในมุม 60 องศา และอยู่ในราศีที่มีธาตุเดียวกัน ที่มุม 120 องศา คือ มุม 60 องศา นั้นดาวสองดวงเหมือนแยกกันอยู่ด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่เมื่อถึงเวลาต้องมารวมกันเพื่อแก้ปัญหา ดาวทั้งสองดวงก็แสดงความมีมิตรภาพกันอย่างเต็มที่พร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน ต่างกับมุม 120 องศาที่ ดาวทั้งสองดวงนั้นปล่อยพลังงานในด้านบวกให้ซึ่งกันและกันอยู่แล้วจนทำให้เหมือนกับเป็นความเคยชินโดยอาจจะลืมนึกถึงคุณค่าซึ่งกันและกัน
ข้อแตกต่างระหว่างมุม 90 และ 180 องศา ดาวทั้งสองดวงอยู่ในราศีที่มีธาตุขัดแย้งกัน ในมุม 90 องศา และอยู่ในราศีที่มีธาตุเกื้อกูลกัน ที่มุม 180 องศา คือ มุม 90 องศา เป็นความขัดแย้งที่ต้องลงมือทำเพื่อแก้ไขปัญหาในขณะที่ มุม 180 เป็น มุมที่แสดงความขัดแย้งไปในเชิงการค้นหาอีกฝ่ายและปรับความเข้าใจกันจนทำงานสำเร็จลุล่วงในที่สุด
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
การโคจรของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาล
ลัคนาและเมริเดียน ใช้เวบา 2-3 นาทีต่อ 1 องศา และใช้เวลา 1 วันรอบจักรราศี
จันทร์ ใช้เวลา 2-3 วัน ต่อ 1 ราศี
อาทิตย์ ใช้เวลา 1 เดือนต่อ 1 ราศี
พุธ ใช้เวลา 1 เดือนต่อ 1 ราศี
ศุกร์ ใช้เวลา 1 เดือนต่อ 1 ราศี
อังคาร ใช้เวลา 1 เดือนครึ่ง ต่อ 1 ราศี
พฤหัส ใช้เวลา 1 ปี ต่อ 1 ราศี
เสาร์ ใช้เวลา 2 ปีครึ่งต่อ 1 ราศี
มฤตยู ใช้เวลา 7 ปีต่อ 1 ราศี
เนปจูน ใช้เวลา 14 ปี ต่อ 1 ราศี
พลูโต ใช้เวลา 30 ปีต่อ 1 ราศี
ดาวทิพย์จะโคจรช้ามากกว่าดาวในระบบสุริยะ
CU คิวปิโด = ดาวศุกร์ โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 262 ปี
HA ฮาเดส = ดาวเสาร์ โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 360 ปี
ZE เซอุส = ดาวอังคาร โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 455 ปี
KR โครโนส = อาทิตย์ โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 521 ปี
AP อาพอลลอน = พฤหัส โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 567 ปี
AD แฮดมตอส = เสาร์ โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 624 ปี
VU วัลคานุส = อังคาร โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 663 ปี
PO โพไซดอน=เนปจูน โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 740 ปี
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
ส่วนต่างๆ ของร่างกายที่อาจเกิดปัญหาในราศีต่าง ๆ
ราศีเมษ ส่วนของศรีษะ ใบหน้า สมอง ฟันชุดบน สายตาสั้นเอียง หรือผิดปกติอาการปวดหัว
ราศีพฤษภ ลำคอ หู หลอดเสียง ไทรอยค์ ทอลซิล ฟันส่วนล่าง กระดูหลังหู กระดูต้นคอ
ราศีเมถุน ปอด กระดูกไหปลาร้า แขน มือ ไหล่ ระบบประสาท
ราศีกรกฏ บริเวณส่วนอก กระเพาะ ซีกบนของตับ หลอดอาหาร ตับอ่อน เต้านม
ราศีสิงห์ หัวใจ หลัง กระดูกสันหลัง
ราศีกันย์ ส่วนของลำไส้ ซีกล่างของตับ ท้อง ใส้ติ่ง
ราศีตุลย์ ไต สะโพก แผ่นหลังส่วนล่าง เอว รังไข่
ราศีพิจิก อวัยวะสืบพันธ์ กระเพาะปัสสาวะ ช่องทวาร ลำใส่ใหญ่ ไข่ดัน ริดสีดวงทวาร
ราศีธนู สะโพก ต้นขาส่วนบน เส้นโลหิตแดง บริเวณเหนือกระดูกก้นกบ
ราศีมังกร เข่า ขาส่วนล่าง ผิวหนัง กระดูกขา
ราศีกุมภ์ ข้อเท้า หน้าแข้ง เส้นโลหิตโป่งพอง
ราศีมีน เท้า นิ้วเท้า ตีน
และใช้ดาวร้ายดูประกอบว่าเป็นโรคอะไร
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
จุดองคลาภ (Part of fortune = POF)
1) “จุดองคลาภ” เกิดก่อนอาทิตย์ลับขอบฟ้า(อาทิตย์อยู่ในเรือน 7-12)
= สมผุสลัคนา – สมผุสอาทิตย์ + สมผุสจันทร์
2) “จุดองคลาภ” เกิดหลังอาทิตย์ลับขอบฟ้า (อาทิตย์อยู่ในเรือน 1-6)
= สมผุสลัคนา + สมผุสอาทิตย์ – สมผุสจันทร์
องคลาภ จุดเวอร์เท็กซ์ Vertex Part ,
AS+mo-su
จากที่เราเรียนรู้เรื่องลัคนาและเมอริเดียนว่าเกิดจากการตัดกันของระนาบ 2 ระนาบ กล่าวคือ ถ้าเป็นลัคนา คือการตัดกันของระนาบรวิมรรค กับ ระนาบขอบฟ้า (Horizon Plane : แบ่งซีกกลางวัน-กลางคืน) ส่วนเมอริเดียน เกิดจากการตัดกันของระนาบรวิมรรค กับ ระนาบเมอริเดียน (Meridian Plane: แบ่งตะวันออก-ตะวันตก) อย่างไรก็ตาม มีอีกระนาบหนึ่งที่แบ่งเป็นด้านหน้า-ด้านหลัง เป็นระนาบที่ตั้งฉากกับระนาบเมอริเดียน และแผ่ระนาบไปทางตะวันออก-ตะวันตกจนไปบรรจบกันที่จุดจอมดิน (Nadir) ระนาบนี้เรียกว่า วงกลมดิ่งหลัก (Prime Vertical) จุดเวอร์เท็กซ์ก็คือจุดตัดกันระหว่างระนาบรวิมรรคและวงกลมดิ่งหลัก ทางทิศตะวันตกนั่นเอง (จุดตัดทางทิศตะวันออกเรียกว่า Anti-vertex)
ความหมายขององคลาภในภพต่าง
1. ภพตนุ เสริมสร้างความโชคดี ให้เป็นผู้สามารถสร้างฐานะตัวเองด้วยลำแข้ง ลำขาและความพยายาม สามารถตั้งตนให้ดีขึ้นเด่นขึ้นได้
2. ภพ กฎุมภะ แสดงว่า มีความรุ่งเรื่องและร่ำรวย ต้องประกอบธุรกิจการงานจึงจะมั่นคงศรีสุข และที่น่าสนใจมากก็คือ องคลาภในเรือนภพนี้ มักให้คุณเป็นพิเศษในด้านไมตรี จิตมิตรภาพ ซึ่งจะได้รับทั้งทรัพย์สินเงินทอง
3. ภพ สหัสชะ องคลาภ ส่งเสริมโชคดีในการติดต่อเดินทาง มักมีโชคลาภระหว่างเดินทาง มีข่าวดี ทั้งจะประสพผลดีในการปฏิบัติตามความเชื่อถือทางศาสนาด้วย
4. ภพ พันธุ องคลาภ ให้คุณมีโชคร่ำรวย ด้วยการสะสม มีรายได้ดีได้ลาภจากที่ดินที่อยู่อาศัย และผลดีทางพืชและไร่
5. ภพ ปุตตะ องคลาภส่งเสริม โชคลาภ ให้มีโชคและร่ำรวยเกี่ยวกับเด็กๆ ได้ลาภจากากรเสี่ยงโชคการพนันขันต่อ และประสพผลดีในด้านการรื่นเริงบันเทิงใจและมหรศพด้วย
6. ภพ อริ องคลาภ นำโชคและผลดีมาให้ โดยการให้บริการ ลงมือลงแรงทำ และมักประสบความร่ำรวยเนื่องมาจากบริการผู้รับใช้และคนใช้หรือผู้น้อย ผู้ได้ปกครอง
7. ภพ ปัตตนิ องคลาภอำนวยโชคลาภ ได้ลาภ และร่ำรวยเนื่องจากสมสร การแต่งานเป็นแนวทางนำโชคดี และความสำเร็จสมหวัง ตำแหน่งนี้ดีตลอดการร่วมมือร่วมงานร่วมทุนหุ้นส่วน
8. ภพ มรณะ องคลาภให้คุณมักร่ำรวยด้วยการได้รับทรัพย์มรดก ได้ลาภ ของเก่า ของมีค่า และได้ทรัพย์ สินสิ่งของที่มีผู้ยกให้หรือมอบให้
9. ภพ ศุภะ องคลาภ ส่งเสริมให้มีโชคลาภในการเดินทางไปต่างเมืองหรือต่าง ประเทศ จักประสบผลดี และความสำเร็จในกิจการเกี่ยวกับการสมาคมขนส่ง และการต่างประเทศ
10 ภพภัมมะ องคลาภให้ผลดีในกิจการงาน ประสบพลสำเร็จ สมหวัง ได้รับเกียรติชื่อเสียง และเจริญรุ่งโรจน์ในธุรกิจและการประกอบอาชีพ
11 ภพ ลาภะ องคลาภเสริมสร้างโชคดี และความร่ำรวย ความสำเร็ว สมหวังที่เนื่องจากการคบค้าสมาคม เพื่อนฝูง มิตรสหายมักนำลาภข่าวดีผลดีมาให้
12 ภพ วินาสน์ องคลาภในตำแหน่งนี้ อำนวยโชคดีให้ไม่มากก็น้อยแม้จะถือกันว่า ไม่ใครจะดีเท่าที่ควร แต่ก็ควรตระหนักไว้ด้วยว่า โชคลาภเป็นทุกข์ลาภ
การหาองค์ลาภ เรามีสูตรอยู่ว่า ให้เอา as + mo-su กำเนิด ก็จะได้จุดหนึ่งในเรือนลัคนาเหมาะสำหรับมีคนมาถามว่าจะทำให้รวย เป็นยอดวิชาที่ให้มากันนานมากแล้วส่วนมากก็จะลืมกันไปหมดแล้วไม่ได้เอาใช้กันมากน้อยคนที่เข้าใจเรื่องนี้ เป็นเป็นความรับของภพต่าง ๆ ที่ส่งผลดีแก่เจ้าชะตา
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
ดาว ju ในตำแหน่งต่างๆ …
… ดาว ju สถิตอยู่ที่ราศีเมษมีตำแหน่งเป็นราชาโชค …
… หมายถึง เป็นผู้มีวาสนา มีผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน มีโอกาสดีๆในชีวิตสูง ประสบความสำเร็จ
… ดาว ju อยู่ที่ราศีเมษซึ่งเป็นเรือนเกษตร [ เจ้าของ ] ของดาว ma = ดาว ju+ดาว ma ได้คู่สมพล …
… หมายถึง มีพลังงานของชีวิตและมี กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ …
… ดาว ma หมายถึง กิจกรรม การกระทำ ความกระตือรือล้น
… ดาว ju หมายถึง ความก้าวหน้าในชีวิต ความรุ่งเรืองในอนาคต
… รวมกันแปลได้ว่า…
… ชีวิตที่รุ่งเรืองและประสบกับความสำเร็จที่ก้าวหน้าได้ในอนาคต …
… ถ้านับจากราศีธนู ที่มีดาว ju เป็นเกษตร [ เจ้าของ ] …
… ตั้งเป็นลัคนา ดาว ju ที่อยู่ราศีเมษก็จะเป็นภพปุตตะ [ ความน่ายินดี การเอาใจใส่ สิ่งที่น่าเบิกบาน ]
… นับได้ว่าดาว ju ตำแหน่งราชาโชคนี้ดีเด่นขึ้นไปอีกจุดหนึ่ง …
… ถ้านับจากราศีมีน ที่มีดาว ju เป็นเกษตร [ เจ้าของ ]
… ตั้งเป็นลัคนา ดาว ju ที่อยู่ที่ราศีเมษ ก็จะเป็นภพกฎุมภะ [ ทรัพย์ การเจรจา การได้มา ]
… จึงจัดได้ว่า ดาว ju ในตำแหน่งราชาโชคนี้ดีขึ้นมาอีกจุดหนึ่ง …
… แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ราศีมีนเป็นภพวินาสน์ [ไม่คาดฝัน ล้มเหลว ซ่อนเร้น ] ของลัคนาโลกอีกด้วย..
… ดังนั้นก็ถือได้ว่ายังมีส่วนเสียหายอยู่ด้วยอีก ๑ จุด …
… และถ้าจะให้ดีเลิศ ก็ต้องไม่เป็นภพ อริ มรณะ วินาสน์ ในพื้นดวงชาตาของทั้ง ๑๒ ราศี ในทุกคน …
… จึงจะสมบูรณ์และ สมจริงตามตำแหน่งราชาโขค …
… ดาว ju สถิตอยู่ที่ราศีพฤษภมีตำแหน่งเป็นจุลจักร…
… ตำแหน่งจุลจักรหมายถึง…เชื่องช้า อืดอาด ไม่มีเสน่ห์ อ่อนน้อมถ่อมตน
… ดาว ju อยุ่ที่ราศีพฤษภซึ่งเป็นเรือนเกษตร [ จ้าของ ] ของดาว ve = ดาว ju +ดาว ve ได้คู่ช่วยเหลือ
… หมายถึง มีความสำเร็จในเรื่องการแสวงหาทรัพย์ …
… แปลจากความหมายของจุลจักร ได้ว่า การนอบน้อมถ่อมตนทำให้ผู้คนรักและมีคนช่วยเหลือ
… ดาว ju [ ผล ] ความสามารถ อนาคตข้างหน้า ความสำเร็จ
… ดาว ve ทรัพย์สมบัติ การได้มา การแสวงหา
… รวมกันแปลได้ว่า ผู้ที่จะอุดมไปด้วยทรัพย์สินเงินทองในกาลข้างหน้า …
..ถ้านับจากราศีมีน ทีมีดาว ju เป็นเกษตร [ เจ้าของ ] …
…ตั้งเป็นลัคนา ดาว ju ที่อยู่ราศีพฤษภก็จะเป็นภพสหัชชะ [ การติดต่อ สังคม พี่น้อง ]
…นับได้ว่าดาว JU +ดาว ve นี้ดีเด่นในเรื่อง จะมีคนรักใคร่ห่วงใย และเอาใจใส่เป็นอย่างดี
…และที่ราศีพฤษภยังเป็นภพ กฎุมภะ [ ทรัพย์ เจรจา ] ของลัคนาโลก …
…เมื่อรวมความหมายต่างๆเข้าด้วยกัน ก็จัดว่าตำแหน่งดาว ju อยู่ที่ราศีพฤษภนี้ ก็ยังให้คุณอยู่มาก
…และต้องไม่ลืมว่า ต้องไม่เป็น ภพอริ ภพมรณะและภพ วินาสน์ด้วย …จึงจะให้คุณจริง …
… ดาวju อยู่ที่ราศีมิถุนมีตำแหน่งเป็นประ และ อุจจาวิลาศ
… ตำแหน่งประหมายถึง…ไม่เข้มแข็ง มีอุปสรรค อ่อนแอ ของคนอื่น ความผิดหวัง
… ตาแหน่งอุจจาวิลาศหมายถึง…เน้นไปในทางมีพลังที่เข้มแข็ง เช่นเป็นพันเอกพิเศษอยู่กำลังจะเขยิบ
… ตำแหน่งก้าวขึ้นไปสู่การเป็นนายพล ให้คุณในด้านบุญวาสนา
… ดาว ju อยู่ที่ราศีมิถุนซึ่งเป็นเกษตร [ เจ้าของ ] ของดาว me = ดาว ju+ดาว meได้คู่ปัญญา
… หมายถึง มีความสำเร็จในเรื่อง สมอง ปัญญา ความสามารถ
… แปลออกมาได้ว่า ถึงแม้ตัวเองจะไร้อิทธิพล แต่ก็สามารถใช้ปัญญาเอาตัวรอดได้ …
… ถ้านับที่ราศีมีน ที่มีดาว ju เป็นเกษตร [เจ้าของ ] …
… ตั้งเป็นลัคนา ดาว ju สถิตอยู่ที่ราศีมิถุนก็จะเป็นภพพันธุ [ ความมั่นคง ปึกแผ่น ตำแหน่ง ]
… นับได้ว่าดาว ju+ดาว me นี้ก็จะดีเด่นในเรื่องการไต่เต้าสู่จุดที่สูงสุดได้จากปัญญาของตนเอง
… และที่ราศีมิถุนยังเป็นภพ สหัชชะ [การใช้ปัญญา พรรคพวก การวิ่งเต้น ] ของลัคนาโลก …
… รวมความหมายต่างๆเข้ามาประสมกันก็ตอบว่า เป็นตำแหน่งที่ดีเช่นกัน
… สุดท้ายก็ต้องไม่เป็นภพอริ มรณะ และวินาสน์ ด้วย ถึงจะให้คุณได้เต็มที่ …
.. ดาว ju อยู่ที่ราศีกรกฏมีตำแหน่งเป็นอุจจ์
… ตำแหน่งอุจจ์หมายถึง…มีพลัง อำนาจ วาสนา ให้คุณให้โทษรุนแรงและรวดเร็ว
… ทำให้เป็นผู้มีพลังและอำนาจมีปัญญาลึกล้ำ มองการณ์ไกล มีโชคลาภอยู่เนืองนิตย์
… ดาว ju อยู่ที่ราศีกรกฏซึ่งเป็นเกษตร [ เจ้าของ ] ของดาว mo =ดาว ju+ดาว mo ได้คู่ธาตุ คู่ครอบครัว
… หมายถึง เป็นคนรักเผ่าพันธุ์ พวกพ้อง รักบ้าน รักสัตว์ รักที่จะมีความอบอุ่นในครอบครัว
… แปลได้ว่า เป็นคนที่คิดสร้างครอบครัว ฐานะ ความเป็นอยู่ ไม่ให้น้อยหน้าหรือด้อยกว่าผู้อื่นเด็ดขาด
… ถ้านับที่ราศีมีน ที่มีดาว ju เป็นเกษตร [เจ้าของ ] …
… ตั้งเป็นลัคนา ดาว ju ที่สถิตอยู่ที่ราศีกรกฏก็จะเป็นภพ ปุตตะ [น่ายินดี , การเกิดใหม่, ความพอใจ ]
… นับได้ว่า ดาว ju +ดาว mo จะดีเด่นในเรื่องการสร้างฐานะให้ตัวเองและเพื่อครอบครัว
… และที่ราศีกรกฏยังเป็นภพพันธุ [ ความมั่นคง, ปึกแผ่น ] ของลัคนาโลก …
… รวมความหมายเข้ามาแล้ว ก็เป็นตำแหน่งที่ดีเลิศมากในดวงชาตาของทุกคน
… แต่ในที่นี้ก็ต้องไม่เป็นภพ อริ มรณะ วินาสน์ อีกด้วย … ถึงจะให้คุณได้แรงถึงที่สุด …
… ดาว ju อยู่ที่ราศีสิงห์มีตำแหน่งเป็นอุจจาภิมุข
… ตำแหน่งอุจจาภิมุขหมายถึง…พลังอำนาจที่ลดถอยลง การให้คุณจึงเป็นในลักษณะ “ทุกข์ลาภ”
… เปรียบดั่งดุจ นายพลซึ่งครบเกษียณไปแล้ว แต่ก็ยังมีอำนาจ วาสนาแต่ผู้คนยังเคารพและให้ความเกรงใจอยู่ …
ซึ่งจะด้อยกว่าตำแหน่งอุจจ์อยู่เล็กน้อย…
… ดาว ju อยู่ที่ราศีสิงห์ซึ่งเป็นเกษตร [เจ้าของ ] ของดาว su = ดาว ju +ดาว su ได้คู่มิตร
… หมายถึง ความช่วยเหลือ การร่วมมือ วัยแห่งความสงบสุข
… แปลได้ว่า เป็นคนที่มีความสามารถสูง ทำตัวน่านับถือถึงแม้จะออกจากวงการไปแล้ว …
… แต่พวกพ้องก็ยังต้อง…คอยช่วยเหลือ ดูแลเป็นอย่างดีไปโดยตลอด
… ถ้านับที่ราศีมีน ที่มีดาว ju เป็นเกษตร [เจ้าของ ] …
… ตั้งเป็นลัคนา ดาว ju ที่สถิตอยู่ราศีสิงห์ก็จะเป็นภพอริ [ ปัญหา , อุปสรรค , ขัดข้อง ]
… นับได้ว่า ดาว ju + ดาว su จะดีเด่นในเรื่องที่มีมิตรสหายคอยดูแลและเอาใจใส่อยู่เสมอ
… และที่ราศีสิงห์ยังเป็นภพ ปุตตะ [น่ายินดี, บุตรหลาน, บริวาร ] ของลัคนาโลก …
… รวมความแล้วแปลได้ว่า เป็นตำแหน่งที่ดี ไม่ตกอับ ลำบาก มีความสามารถสูงเยี่ยม
… แต่ก็ต้องไม่เป็นภพ อริ มรณะ วินาสน์ เหมือนเข่นเดิม ถึงจะให้คุณได้จริง …
… ดาว ju อยู่ที่ราศีกันย์มีตำแหน่งเป็นประ
… ตำแหน่งประหมายถึง … ไม่เข้มแข็ง มีอุปสรรค อ่อนแอ ของคนอื่น ความผิดหวัง
… ยังมีความหมายอื่นอีกเช่น มักจะเกรงใจผู้อื่น ทำงานเพื่อคนส่วนรวม ขยันขันแข็ง
… ตัวอย่างเช่น คนที่คอยดูแลเอาอกเอาใจคนรัก ชอบช่วยเหลือผู้อื่นหรือทำงานเป็นประโยน์ต่อส่วนรวม
… ดาว ju อยู่ที่ราศีกันย์ซึ่งเป็นเกษตร [เจ้าของ ] ของดาว me = ดาว ju+ดาว me ได้คู่มันสมอง
… หมายถึง ความรู้ความสามารถที่มีการพัฒนา ความก้าวหน้าทางสมอง วิวัฒนาการแผนใหม่
… แปลว่า เป็นบุคคลที่ทุ่มเทแรงกาย + แรงใจ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม …
… ถ้านับไปที่ราศีมีน ที่มีดาว ju เป็นเกษตร [เจ้าของ]
… ตั้งเป็นลัคนา ดาว ju ที่ราศีกันย์ก็จะเป็นภพปัตนิ [แบ่งปัน คนอื่น ส่วนรวม การทำงานร่วม ]
… นับได้ว่า ดาว ju + ดาว me จะดีเด่นในเรื่องการทุ่มเทแรงงานต่อปวงชนทั้งหลาย
… และที่ราศีกันย์ยังเป็นภพอริ [แข็งขัน ขยัน บากบั่น ] ของลัคนาโลก…
… สรุปแปลได้ว่า เป็นผู้ที่ทำงานอย่างจริงจังเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม
… และก็ต้องไม่เป็นภพ อริ มรณะ วินาสน์ จึงจะให้คุณได้จริงตามตำแหน่งของดาว …
… ดาว ju อยู่ที่ราศีตุลย์มีตำแหน่งเป็นเทวีโชค
… ตำแหน่งเทวีโชคหมายถึง…มีเสน่ห์ในการดึงดูด เป็นที่นิยมแต่จะด้อยกว่าดวงราชาโชคอยู่เล็กน้อย
… ยังมีความหมายอื่นอีกว่า…ได้ดีเพราะคู่ มีผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน มีความอ่อนหวาน
… ตัวอย่างเช่น คนที่ด้อยตระกูล หรือตกต่ำ กลับได้แต่งงานกับคู่ผู้สูงศักดิ์ อย่างเหลือเชื่อ
… ดาว ju อยู่ที่ราศีตุลย์ซึ่งเป็นเกษตร [เจ้าของ ] ของดาว ve = ดาว ju + ดาว ve ได้คู่เกื้อกูล
… หมายถึง คนรักผู้สูงศักดิ์ อนาคตที่สดใส การส่งเสริมจากคู่ครอง
… แปลว่า เป็นคนที่ี…แม้ชาติกำเนิดจะต่ำต้อยแต่ก็จะได้คู่ที่มีฐานะสูงส่ง
… ถ้านับไปที่ราศีธนู ที่มีดาว ju เป็นเกษตร [เจ้าของ ] …
… ตั้งให้เป็นลัคนา ดาว ju ที่ราศีตุลย์ ก็จะเป็นภพลาภะ [ โชค, ลาภผล, ความหวัง ]
… นับได้ว่า ดาว ju + ดาว ve จะดีเด่นเรื่อง คู่ครอง ju+su=เกตุ [ เทวดา ] เทพอุ้มสม …
… และที่ราศีตุลย์ยังเป็นภพ ปัตนิ [ คู่ครอง ] ของลัคนาโลก
… แปลว่า จะได้ดีเพราะมีคู่อุปถัมภ์ค้ำจุนช่วยเหลือ
… และก็ต้องไม่เป็นภพ อริ มรณะ วินาสน์ กับลัคนา ถึงจะให้คุณอย่างแท้จริง
… ตำแหน่งเทวีโชค ถ้ากุมลัคน์ในทุกราศีถือว่า “สุดยอด “…
… ดาว ju อยู่ที่ราศีพฤศจิกมีตำแหน่งเป็นมหาจักร
… ตำแหน่งมหาจักรหมายถึง…มีอิทธิพลไปในทางผาดโผน พลิกแพลง พิสดาร ไม่เหมือนใคร
… ยังมีความหมายอีกว่า…โลดโผน ฟันฝ่าอุปสรรค มีเล่ห์เหลี่ยมและไหวพริบดีมาก
… ตัวอย่างเช่น คนที่ทำท่าจะล้ม กลับลุกขึ้นมาใหม่ได้อย่างผิดคาด ไม่คาดฝัน
… ดาว ju อยู่ที่ราศีพฤศจิกซึ่งเป็นเกษตร [ เจ้าของ ] ของดาว ma = ดาว ju + ดาว ma ได้คู่สมพล
… หมายถึง ความสำเร็จที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครคิดว่าจะทำได้
… แปลว่า เป็นนักสู้ที่สามารถทำในสิ่งที่คนอืนทำไม่ค่อยจะได้ กลับทำได้อย่างนอกเหนือกฏเกณฑ์
… ถ้านับไปที่ราศีธนู ที่มีดาว ju เป็นเกษตร [ เจ้าของ ] …
… ตั้งให้เป็นลัคนา ดาว ju ที่ราศีพฤศจิก ก็จะเป็นภพวินาสน์ [ไม่คาดฝัน ]
… นับได้ว่า ดาว ju + ดาว ma จะดีเด่นเรื่องเรื่องไม่คาดคิด พลิกล๊อค เหลือเชื่อ
… และราศีพฤศจิกยังเป็นภพ มรณะ [ การเปลี่ยนแปลง , ดับศูนย์, เกิดใหม่ ] ของลัคนาโลก
… แปลว่า เรื่องเหลือเชื่อ ไม่คิดไม่ฝัน ไม่คาดว่าจะเป็นไปได้ เรื่องเหลือเชื่อ
… และก็ต้องไม่เป็นภพ อริ มรณะ วินาสน์ อีกเช่นเดิมในทุกราศี …
… ดาว ju อยู่ที่ราศีธนูมีตำแหน่งเกษตร
… ตำแหน่งเกษตรหมายถึง…เจ้าของบ้าน ความมีฐานะ ความมั่นคง ความมาตราฐาน ความสมบูรณ์
… ยังมีความหมายอีกว่า..ดวงชาตาที่วาสนาสูง มีความสุขสบาย มีหลักประกันที่มั่นคงถาวร
… ตัวอย่างเช่น บุคคลที่มีความปึกแผ่นในฐานะ เสถียรภาพการเงินที่มั่นคง มรดกจำนวนมหาศาล
… ดาว ju อยู่ที่ราศีธนู เป็นเกษตร [เจ้าของ ] ของดาว ju = ดาว ju + ดาว ju ได้คู่เกษตรความมั่นคง
… หมายถึง…ความมั่นคงที่เกิดขึ้นมาอย่างถาวรไม่เปลี่ยนแปลง
… แปลว่า บุคคลที่มีความสำเร็จ มีสติปัญญาถ่องแท้ในวัฏสงสาร เป็นผู้ที่มีคุณธรรมและคงแ่ก่เรียน
… ถ้านับไปที่ราศีธนู ที่มีดาว ju เป็นเกษตร [เจ้าของ ]
… ตั้งให้เป็นลัคนา ดาว ju ที่ราศีธนูก็จะเป็นภพตนุ [เจ้าชาตา ]
… นับได้ว่า ดาว ju + ดาว ju จะดีเด่นในเรื่องตัวเองสามารถสร้างฐานะได้ด้วยตนเอง
… และราศีธนูยังเป็นภพ ศุภะ [ความก้าวหน้า ความสำเร็จ อนาคต ] ของลัคนาโลก
… แปลว่า ในอนาคตเจ้าชาตาจะมีความสำเร็จเกิดขึ้นได้จากตนเองอย่างแน่นอน [เกษตร ]
… ซึ่งต้องไม่เป็นภพ อริ มรณะ วินาสน์ อีกเหมือนเดิม …
..ดาว ju อยู่ที่ราศีมังกรมีตำแหน่งนิจ
…ตำแหน่งนิจหมายถึง…ต่ำต้อย น้อยนิด อ่อนแอ ทรุดโทรม อ่อนล้า อิดโรย
…ยังมีความหมายอีกว่า …เบื้องล่าง หรือต่ำสุด ถ้าเป็นความหมายเกี่ยวกับจิตใจก็คือ จิตใจต่ำช้า
…ตัวอย่างเช่น เจ้าชาตาจะทำสิ่งใดต้องทำจากเล็กๆไปหาใหญ่ๆ และต้องอดทนเฝ้ารอดูสี่งนั้นๆ
…ดาว ju อยู่ที่ราศีมังกรเป็น เกษตร [เจ้าของ ] ของดาว sa = ดาว sa + ju ได้คู่ยืดเยื้อ
…หมายถึง…ความพยายามที่จะต้องทำกันในแบบต่อเนื่องยาวนานด้วยความอุตสาหะพากเพียร
…แปลว่า บุคคลที่ประสบความสำเร็จได้ด้วยความพากเพียรและพยายามอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
…ถ้านับไปที่ราศีธนูที่มีดาว ju เป็นเกษตร [เจ้าของ ] …
…ตั้งให้เป็นลัคนา ดาว ju ที่อยู่ที่ราศีมังกรก็จะเป็นภพ กฎุมภะ [ การเงิน, รายได้ , การได้มา ]
…นับได้ว่า ดาว ju + ดาว sa จะดีเด่นในเรื่องมีความเพียรในการสร้างฐานะของตนเอง
..ราศีกุมภ์ไม่มี ดาว ju มีตำแหน่งอันใด…อาจจะเพราะโหราศาสตร์ถือว่าราหูก็คือ…
…โลกเรานั่นเอง…กระมัง…จึงไม่ได้บรรจุตำแหน่งของดาว ju ที่ราศีกุมภ์ ?…
… ตามความเป็นจริง ju อยู่เรือน No = ju + No …
… ju + no เรียกว่า ” คู่โลกธรรม ” … ” คู่บิดเบือน ” … ” คู่ปราชญ์ ” … ” คู่ค้าขาย ” …
ju ธรรมะ , ความดี กุม no โลก , ความชั่ว หมายถึงจะดีก็ดีไม่ได้ จะชั่วก็ยังไม่ใช่นัก …
… ju ยังถือว่าอยู่เรือน ๗ [ โบราณ ] … อีกด้วย …
… ju + sa เรียกว่า ” คู่ยืดเยื้อ ” … ” คู่ทุกข์ลาภ ” ‘ คู่พระ + คู่โจร ” … ” คู่จำเจ ” … ” คู่พะอืดพะอม “…
ju ลาภ , ความสำเร็จ กุม sa นาน ,ช้า, ทุกข์ หมายถึง ความสำเร็จที่ยืดเยื้อ การมีทุกข์ลาภเข้ามาสู่ …
… ยังมี ju ยังอยู่ในเรือน 0 [ สมัยใหม่ ] … อีกด้วยละ ! …
… ju + 0 เรียกว่า ” คู่ดึงดัน ” … ” คู่ศักดิ์สิทธิ์ ” ju พระ , พระธรรม กุม 0 จ้าวแห่งปีศาจ , ภูติผี หมายถึง การกระ
ทำที่แรงกล้า ดุดัน ไม่ท้อถอยจากไปในกลางคัน …
… ในเมื่อ ju อยู่ราศีสิงห์เป็น … อุจจาภิมุข … การไต่เต้าลงมาจากจุดสูงสุด …
… ดังนั้น ju อยู่กุมภ์น่าจะได้ตำแหน่ง … นิจจาภิมุข … การไต่เต้าหลุดพ้นจากจุดต่ำสุด … ” นิพพาน ” …
… การหลุดพ้นจากวัฏสงสาร … การเวียนว่ายตายเกิดนั่นเอง …
…ดาว ju อยู่ที่ราศีมีนมีตำแหน่งเกษตร [เจ้าของ ] …
…ตำแหน่งเกษตรหมายถึง…ความอุดมสมบูรณ์ ความเข้มแข็ง หลักฐาน บ้านช่อง
…ยังมีความหมายอีกว่า…ความศรัทธาในพุทธศาสนา สิ่งที่มองไม่เห็น จิตวิญญาณ
…ตัวอย่างเช่น เจ้าชาตามีความเชื่อในเรื่องเวียนว่ายตายเกิด เชื่อในพระพุทธเจ้ายึดมั่นอย่างแน่นแฟ้น
…ดาว ju อยู่ที่ราศีมีนเป็นเกษตร [เจ้าของ ] ของดาว ju = ดาว Ju + ดาว Ju คู่เกษตร หนักแน่น
…หมายถึง…ความเขื่อมั่นในพระพุทธองค์โดยไม่มี วิจิกิจฉา [ ความสงสัยในธรรม No ประการ ]
…แปลว่า บุคคลที่มีเชื่อถือใน กฏที่ว่า…เกิด แก่ เจ็บ ตาย…
…ถ้านับไปที่ราศีธนูที่มีดาว ju เป็นเกษตร [เจ้าของ ] …
…ตั้งให้เป็นลัคนา ดาว ju ที่อยู่ีที่มีนก็จะเป็นภพ พันธุ [ ความมั่นคง ความศรัทธา การยึดมั่น ]
…นับได้ว่า ดาว ju + ดาว ju จะดีเด่นในเรื่อง ความศรัทธาในศาสนา สัญญาลักษณ์แห่งความดีงาม
…และราศีมีนยังเป็นภพ วินาสน์ [ สิ่งเร้นลับ มองไม่เห็นด้วยตา จิตวิญญาณ ]
…แปลว่า…บุคคลที่มีความเชื่อถือในพระพุทธศาสนาอย่างแนบแน่นและไม่ลังเลสงสัยใน …
…พระธรรมคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้า …
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
Moon phase
Moon Phases ใน 1 รอบ มีประมาณ 28 วัน โดยแบ่งเป็น ระยะต่างๆ ดังต่อไปนี้ ใช้ใน การ ทำนาย progression และการทำนายราย 3 วัน ในรอบย่อย
1. New Moon เปรียบเหมือนกับช่วงที่เมล็ดพืชหล่นจากต้นแม่ที่ตายลงแล้วฝังอยู่ในพื้นดิน รอวันที่จะงอกขึ้นเป็นต้นใหม่ต่อไป และเปรียบเทียบกับมนุษย์คือการสิ้นสุดของชีวิต
1 New Moon หาดูว่าครั้งแรกในดวงของคุณเกิดขึ้นในช่วงอายุเท่าไร
2 จันทร์ 45 องศา (Waxing Crescent ) ช่วงจันทร์แรกแย้ม เริ่มข้างขึ้น เหมือนท้าทายสิ่งใหม่ต่อสู้กับสิ่งเก่า
3 จันทร์ครึ่งซีกครั้งแรกข้างขึ้น เรียกว่า (First Quarter)ดวงจันทร์ได้รับแสงมาครึ่งดวงแล้ว มันอาจจะเปรียบเหมือนช่วงวิกฤติการณ์แห่งเหตุการณ์ แตกหักเพื่อการเปลี่ยนแปลง
4 จันทร์ 135 องศา กับ อาทิตย์หรือเรียกว่า จันทร์ (Waxing Gibbous) เพื่อจะมุ่งสู่วันเพ็ญต่อไป ช่วงนี้จึงหมายถึงการพัฒนาการ เติบโต การประเมินผล
5 จันทร์เพ็ญ หรือช่วงที่เรียกว่า 180 องศา (Full Moon ) ช่วงสำเร็จสมบูรณ์ บรรลุถึงจุดสุดยอด สว่างไสว จะเป็นเชิงบวก หรือ ลบ ว่ากันไปตามดวง แต่ละคน
6 จันทร์ 225 องศากับอาทิตย์ เริ่มข้ามแรม ที่เรียกว่า จันทร์ ( Waning Gibbous ,Disseminating )หมายถึงการเก็บเกี่ยว เช่นการสอนแห่งสติปัญญา ความอุดมสมบูรณ์
7 จันทร์ 270 องศา กับอาทิตย์ครั้งสุดท้าย เรียกว่า จันทร์กิ่งข้างแรม (Third Quarter) จันทร์ครึ่งซีกข้างแรม วิกฤติการณ์ทางความสำนึกหันหาทิศทางใหม่
สู่จุดจันทร์ดับ เป็นช่วงสำคัญอีกแบบเรียกว่าวิกฤติกาลทางจิตสำนึก หันหาทิศทางใหม่ การสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือกิจการได้โดยอยู่ภายใต้การควบคุมหรือได้รับคำแนะนำในบางส่วนเท่านั้น
8 จันทร์ 315 องศากับดวงอาทิตย์ ที่เรียกว่า (Waning Crescent ,Balsamic Moon) ดวงจันทร์หรี่แสงครั้งสุดท้ายก่อนจะดับ (แข้งแรม) ถือกันว่าเปรียบเหมือนช่วงความตาย และเมล็ดพืชพันธ์แห่งการเกิดใหม่ การ สืบทอดกิจการต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ อาจรวมถึงสามารถถ่ายทอดวิชาความรู้และประสบการณ์ต่างๆที่สั่งสมมาให้กับบุคคลากรในรุ่นต่อๆไป
Progression
เป็นการดูดวงรายปีว่าปีนี้จะเกิดอะไรขึ้นที่มีความแน่นอนมากกว่าดวงอื่น ๆ ในการคำนวณเราจะนับ หนึ่งวันเกิดของเจ้าชะตาเป็นหนึ่งปีเกิด เช่นเกิดมา 19 ปี ก็นับจากวันเกิดไป 19 วัน และนำวันนั้นมาเป็นดาวจรบนท้องฟ้า ก็สามารถบอกอะไรได้ว่าเจ้าชะตากำลังมีเหตุอะไรเกิดขึ้นกับเขา และตัดสินกันได้เลย ในสมัยก่อนใช้กันมาก แต่ปัจจุบันก็ยังมีใช้กันอยู่เราทำให้ง่ายขึ้นไม่ต้องไปนับวันเหมือนก่อนแล้วเพียงรู้อายุก็ใช่จำนวนอายุเข้าไปก็ทราบได้แล้ว จงจำไว้ดวงนี้ไว้ดูได้รายปีเท่านั้นและท่านต้องไปดูแบบรายสามเดือน ราย เดือน รายวัน ฯลฯ ต่อไปอีกเหมือนที่ผ่านมาเพียงเปลี่ยน solar return เป็นดวง progression แทนเท่านั้นท่านสามารถอ่านทั้งสามวงได้เลย จะบอกเรื่องต่างๆที่จะเกิดกับเจ้าชะตา ณ ปีนั้นได้อย่างแม่นยำมาก และง่ายในการทำนาย
เราถือว่า 1 วันมีความหมาย เท่ากับ 1 ปี ดังนั้นดวงดาววันสุดท้ายของเราจะเป็นอย่างไร ท่านก็คงทราบไม่ยาก รู้ฟ้ารู้ชีวิต รู้ชีวิตรู้ชะตากรรม รู้ชะตากรรม ก็รู้ทางแก้ไข
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
ดาวที่นายวิเตอร์คิดขึ้นดาวเป็นดาวทิพย์
Cu = ve= no=ราศีตุลย์ ขาว ท้วม หน้ากลม
ศิลปะ ครอบครัว หุ้น หมู่คณะ ถ้ามีเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวต้องมีดาว cu มาเสมอ การแต่งงานดีไหมถ้า cu ทำมุมถึงเสาร์ ครองครอบที่ไม่ราบรื่น หรือ cu ถึง ne ครอบครัวที่สลายตัว
โคจรรอบจักรราศี 262.5 ปี ราศีละ 21 ปี 10 เดือน 15
Ha = sa =mo =ราศีกันย์ ผอม บาง ผิวคล้ำ
มีคุณสมบัติ เหมือดาวเสาร์ เก่าแก่ ขัดสน สกปก ยาวนาน เจ็บป่วย ขาดแคลน ผอมวัน ha/ap เกี่ยวกับไสยาศาสตร์ หรือมีของดีในตัว
โคจรรอบจักรราศี 360.66 ปี ราศีละ 30 ปี 7 เดือน 28 วัน
Ze = ma =kr=พิจิก สูงใหญ่ มีเนื้อ มีกล้ามเนื้อ
แปลว่ากำดำเนินการ อังคาร เป็นการกระทำทั่ว ๆ ไป ส่วน ze เป็นการกระทำที่ มีการวางแผน กึ่งทหาร การดำการแบบมีแผน ตัวอย่าว ze+kr,ze/kr จุดนายพล โคจรรอบจักรราศี ความร้อน สัมพันธ์ถึงเสาร์ ไฟไหม้ ระเบิด ดินปืน ze แรงต้องระวังเรื่องไฟ และฟ้าฟ้า ความร้อน ช่างเชื่อม ช่างเครื่องยนต์
มีคุณสมบัติของราศีสิงห์: โทสะ พลังเจตนา ดอกไม้ไฟ น้ำมันเชื้อเพลิง การประดิษฐ์ ความเป็นผู้นำ ฟ้าแลบ เครื่องจักร แผนที่ได้รับการกระทำ เครื่องมือทุ่นแรง การวางแผน การผลิต รางรถไฟ ไฟที่บังคับได้ เซ็กซ์ ฟ้าร้อง อำนาจจากเครื่องแบบ อาวุธ สงคราม 455.7 ปี ราศีละ 37 ปี 11 เดือน 21 วัน
Kr=mo+ju=ราศีกรกฏ ผอมสูง ผิวขาว หน้าตาดี
แปลว่าความยิ่งใหญ่ ประปกครองประเทศ นายก ความอิสรเสรี การเลื่อนยศ ปลดย้าย ให้ความรุ่นแรงว่าดาว ju โคจรรอบจักรราศี 521.8 ปี ราศีละ 43 ปี 5 เดิอน 24 วัน
Vu = ma+pl+kr =ราศีเมษ รูปร่างไม่ใหญ่โต มีเนื้อแน่น อาจสูงก็ได้ ไม่อ้วน
ความยิ่งใหญ่ อำนาจอาจ วาสนา การมีอำนาจแบบลับ หรือเปิดเผย พลังงาน โคจรรอบจักรราศี 262.5 ปี ราศีละ 21 ปี 10 เดือน 15 วัน
Ap = ju =ราศีมิถุน รูปร่างมีเนื้อ ร่างใหญ่ อ้วน
มีความหมายถึงการแผ่ขยาย ju เข้า ap ออกไป ความเจริญรุ่งเรือง ur+ap จุดนักโหราศาสตร์ ถ้าเราทุกข์เรื่องไหนเราก็จะมีอาชีพตามความทุกข์นั้น โคจรรอบจักรราศี 631.7 ปี ราศีละ 52 ปี 6 เดือน 30 วัน
Po =ne=ju=ราศีมีน ผอมบาง แห้ง
การคลายตัว การไม่มีตัวตน จิตวิญญาณ po จะมีความแรงกว่าเนปจูน การหลุดพ้น
การหลุดพ้นทางผลทางจิตวิญญาณ 765.3 ปี ราศีละ 63 ปี 9 เดือน 9 วัน
ในกรณีในพื้นพวงไม่มีจุดที่เค้าต้องการเป็นเค้าก็จะไม่ได้เป็นสิ่งนั้น และจุดสะท้อนของจุดอิทธิพลก็มีความรุ่นแรงเท่ากับเงาของจุดอิทธิพล ถ้ามีจุดอิทธิพล ต้องมีจุดสะท้อนเสมอ จะอยู่ตรงข้ามกัน ห้าพันจุดทุกคนมีแต่จุดไหนถึงจุดเจ้าชะตาแรงมากที่สุด เค้าก็จะเป็นจุดนั้น ถ้าในพื้นดวงมีดาวร้าย ๆ แรง เราควรทำตัวเป็นดาวร้าย เช่น ha แรง เราก็ทำงานด้านเกี่ยวกับ ha ขยะ ครู ศาสตร์เร้นลับ ช่วยเหลือคนยากจน เป็นการแก้ทางกัน ถ้าไม่ทำเค้าจะป่วย เราความดูให้เป็นอาชีพ ให้ได้ และทำให้ดี และก็จะไม่มีอะไรกับเจ้าชะตา
ดูเพศชายหญิง
ให้ดูที่ จุด mc+su-no= as=me=ma ชาย
Mc+su-no= mo=pl-ap หญิง
การตรวจเช็คว่าเจ้าชะตาเป็นหญิงหรือชายเราจะใช้สูตรพวกนี้บอกได้ถ้าเจ้าชะตาไม่มา การทำมุม อาจทำมุมต่างๆ หรือเป็นศูนย์รังสีก็ได้ หรืออยู่ระหว่างดาวสองดวงก็ได้ แต่ของให้ = as =me=ma มีส่วนอยู่ด้วยก็จะเป็นเพศชายได้
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
วันจันทร์ วันแห่งการเริ่มต้น
Good Time : MO
หากต้องเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ในชีวิต ควรทำวันนี้ ถือเป็นยามดี ถูกโฉลก มีโชคชัย เหมาะสำหรับ
– เริ่มต้นทำงานวันแรก หรือ เข้ารับตำแหน่งใหม่
– โอนบ้านที่อยู่อาศัยดี รถ
– เดินทางไกลเพื่อแสวงโชคลาภ
– สมัครงาน สมัครเรียน สอบ จะดี
– สวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ สระผม ตัดผม ตัดเล็บ
-งดงานศพ
Good Time : MA
วันอังคาร วันแห่งการต่อสู้แข่งขัน
เป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยดีงดทำการใดๆ อย่าใช้ความรุนแรง หรือมีเหตุให้เลือดตกยางออก ถือว่าถูกโฉลก จริงๆ แล้วนับว่าวันอังคารเป็นวันไม่ค่อยดีนัก แต่เราสามารถเลือกทำธุระเหล่านี้ได้วิธีแก้ควรทำ
– พบแพทย์ ตรวจรักษา ผ่าตัด จะชนะโรคภัยไข้เจ็บ
– บริจาคโลหิต จะทำให้ชนะศัตรูคู่แข่ง
– ลาออกจากงาน หรือเลิกกิจการ จะสมหวังภายหน้า
– ซ่อมบ้าน ซ่อมรถ ซ่อมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ จะมั่งคั่งดี
ด้วยพลังของยามอังคาร จะช่วยให้คุณแข็งแรง ทั้งกายและใจ แต่วันนี้ไม่ควรสวมเสื้อผ้าใหม่หรือตัดเล็บ ตัดผม
Good time : me
การทำธุรกรรมใดๆ ในวันนี้มักราบรื่น เรียบร้อย และสมบูรณ์ตามความตั้งใจ
– ทำการซื้อขายบ้าน โอนบ้าน หรือขึ้นบ้านใหม่
– ซื้อหรือนำเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เข้าบ้าน จะมีโชคลาภ
– ริเริ่มโครงการ งานหรือกิจกรรมใหม่ๆ จะรุ่งเรือง
– สวมเสื้อผ้าใหม่ ตัดเล็บ จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง
ด้วยพลังของยามพุธ จะช่วยให้คุณมีอุดมการณ์ อุดมคติและจุดยืนที่มั่นคงแน่นอนในชีวิต
Good time : JU
ยามพฤหัสบดี ยามแห่งความเริ่มต้น
ยามทำธุรกรรมใดๆ จะสะดวก ง่ายดายและประสบผลสำเร็จตามความ มุ่งมั่นปรารถนาเหมาะอย่างยิ่งกับ
– การเข้าพบผู้อาวุโสเพื่อขอความช่วยเหลือ
– เจรจาธุรกิจ ตกลงทำสัญญาต่างๆ
– เริ่มงานวันแรก หรือเข้ารับตำแหน่งใหม่ จะได้เป็นเจ้าคนนายคน
– โอนบ้าน หรือขึ้นบ้านใหม่
– สวมเสื้อผ้าใหม่ ตัดหรือสระผม จะอายุยืน สุขภาพดี
ด้วยพลังของยามพฤหัสบดี ช่วยให้คุณมีสติ ความคิดและความกล้า ทว่าไม่ควรไปเยี่ยมผู้ป่วยหรือไปงานศพในวันนี้
Good time: VE
ยามศุกร์ ยามแห่งความสุข
คำพ้องเสียงของวันนี้ ทำให้การทำกิจการงานมักจะราบรื่น เปี่ยมไปด้วยความสุข สวยงาม ยามศุกร์จึงเหมาะมากสำหรับ
– การขึ้นบ้านใหม่ เปิดร้านบริษัท
– รับตำแหน่งใหม่หรือเริ่มงานวันแรก จะมีหน้ามีตา มีชื่อเสียง
– เดินทางไกลเพื่อแสวงหาโชคลาภและความสำเร็จ
– สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ตัดหรือสระผม ตัดเล็บ จะอยู่ดี มีสุข
ด้วยพลังของยามศุกร์ จะทำให้คุณพบแต่ความสุข เพราะฉะนั้นจงเลี่ยงการไปเกี่ยวข้องกับเรื่องโศกเศร้าทุกประเภท
Good time : SA
ยามเสาร์ ยามแห่งชัยชนะ
ยามแห่งชัยชนะมีความหมายอีกนัยว่า ยามแห่งการสิ้นสุดจึงถือว่าเป็นวันไม่สู้ดี ไม่เหมาะทำการมงคล แต่เหมาะกับการยุติเรื่องราวการเจรจาต่อรอง ให้ลงเอยอย่างมีความสุข จึงควรเลือกทำสิ่งเหล่านี้เพื่อแก้ไข
– พบแพทย์ ตรวจรักษา ผ่าตัด จะได้ชนะโรคภัย
– ทวงหนี้จะสมหวังดังใจ
– ขายบ้าน ขายรถ ขายทอง หรือ ทรัพย์สินมีค่า จะมั่งคั่ง ร่ำรวย
– ปิดกิจการ
– ตัดหรือสระผม จะอยู่เย็นเป็นสุข
ด้วยพลังของวันเสาร์ จะช่วยให้คุณโชคดี มีชัยชนะ และเพื่อเป็นสิริมงคล ไม่ควรย้ายบ้าน ขึ้นบ้านใหม่ สวมเสื้อผ้าใหม่และตัดเล็บ
Good time: SU
ยามอาทิตย์ ยามแห่งความเติบโต
การทำธุรกรรมใดๆ ยามนี้จะทำให้เติบโต งอกงาม จึงเหมาะสำหรับ
– เปิดกิจการ ขยายกิจการ ขึ้นบ้านใหม่ จะร่ำรวย รุ่งโรจน์
– ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ จะอยู่เย็นเป็นสุข
– เลี้ยงฉลองความสำเร็จให้ตนเอง หรือผู้ที่นับถือ พี่น้องลูกหลาน จะทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง
– ทำกุศลทาน จะมีอำนาจ วาสนา บารมี
– สวมเสื้อผ้าใหม่ ตัดหรือสระผม จะอายุยืน ร่างกายแข็งแรง
(และควรสังเกตดวงจันทร์อีกทีว่าอยู่ในตำแหน่งดีหรือไม่ดีด้วยในการให้ยามต่างๆ ยาม 1 จะมีเวลาในการทำการต่าง ระยะเวลาประมาณ 1 – 45 – 2 ชั่วโมง ในแต่ละยาม ของแต่ละวันนั้นๆ)
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
MA+UR-SU การผ่าตัดร่างกาย surgery
MO+HA-MA การผ่าตัดมดลูก (ชายผ่าตัดช่องท้อง) hysterectomy(หญิง) , laparotomy (ชาย)
MA+UR-NO การผ่าตัดเนื้องอกที่เกิน appendectomy
MA+UR-SA คลอดด้วยการผ่าตัด (ชายการผ่าตัดข่องท้องล่าง) caesarean section (หญิง), lower abdominal laparotomy (ชาย)
AR+HA-JU ปัญหาเกี่ยวกับตับ liver problem
AR+NE-MA โรคติดต่อทั่วไป general infectious diseases
AR+NE-MA โรคติดต่ออันตรายถึงชีวิต fatal infectious diseases
AR+HA-NE โรคติดต่อชนิดร้ายแรง severe infectious diseases
SA/NE ร่างกายไม่แข็งแรง weakness , unhealthy
MA+NE-SA โรคกระดุกผุ โรคบวมตามข้อ osteoporosis
AR+MO-UR โรคกระเพาะไม่ปกติ stomach dysfunction
SU+NE-HA ภูมิแพ้ อาการทางจมูก allergy
SA+NE-JU โรคปอด lung disease
SU+MO-PO โรคสายตาสั้น nearsightedness, myopia
MA+NE-VE โรคไต kidney disease
SA+NE-VE โรคเบาหวาน diabetes mellitus
MC+UR-SU โรคเส้นประสาท neurosis
SU/UR โรคหัวใจวาย heart failure
ME+HA-SU ระบบประสาท nervous system
MA+NE-PO อาการลืมความจำ amnesia
SA+NE-PO อาการทางสมอง brain symptom
SU+NE-MA ความจำเสื่อม amnesia
SU+HA-VE โรคผิวหนัง skin disease
VE+NE-NO อวัยะเพศไม่ปกติ ambiguous genitalia
VE+HA-NE ปัญหาด้านการมีบุตร infertillity
SA+HA-VE ปัญหาด้านการการสืบพันธ์ sexual dysfunction หรือ sexual problem
MO/HA มดลูกพิการ (ชายมีปัญหาด้านการมีลูก) uterine abnormality
SA+NE-MO ระบบมดลูกรังไข่ (ชายเชื่ออสุจิไม่แข็งแรง) female reproductive system
AR+HA-NE โรคมะเร็งเลือด leukemia
SA+HA-SU โรคมะเร็ง ผิวหนัง skin cancer
SA+NE-HA จุดมะเร็ง cancer point
MO+HA-NE มะเร็งในกระเพาะ stomach cancer
JU+HA-NE มะเร็งที่ตับ liver cancer
JU/SA มะเร็งที่ปอด lung cancer
SA+NE-HA มะเร็งลำไส้ colorectal cancer
SU+NE-UR โรคสมองผิดปกติ brain abnormality
MC+NE-SU โรคโลหิตมีปัญหา hematologic problem
SU/NE โรคโลหิตจาง anemia
SU+UR-ZE ความดันโลหิตสูง hypertension
SU+NE-HA โลหิตข้น polycythemia
SU+HA-MA โรคเกี่ยวกับโลหิต hematologic disease
MO+HA-ME โรคระบบสมอง nervous disease
MA+NE-MO โรคเส้นเลือดในสมองตีบ ischemic stroke
MA+NE-ME โรคสมองไม่ปก brai abnomaly
MA+NE-HA โรคภูมิแพ้ allergy
SU/UR โรคหัวใจวาย heart failure
MA+NE-UR โรคอัมพาต paralysis
HA+HA-SU กายสังขารที่ป่วย มีโรคประจำตัว underlying diseases
SU+NO-HA การล้มป่วย sickness
SU/NE ร่างกายอ่อนแอ fatique
PL+HA-SU ป่วยเรื้อรังป่วยนาน chronic illness
SU+NE-UR ฉับพลันเพราะการป่วย acute illness
MA/SA การป่วยหนัก severe sickness
JU+HA-SU โรคปอด lung disease
NE+PL-HA การเจ็บป่วยที่ค่อย ๆเป็นโดยไม่รู้ตัว asymptomatic illness
MA+SA-NO การถึงแก่กรรมการป่วย die of illness
UR+NE-MC การติดต่อกับภาพชาติ after-death communication
SU+SU-HA สิ้นสุดอายุขัย date of death
MO/HA วันสุดท้ายการใช้ชีวิต date of death
MO+HA-SU เวลาที่ถึงแก่กรรม การตายปกติ time of death
HA+HA-SU วันถึงแก่กรรมจากการป่วย date of die of illness
AR+AR-MA ถึงแก่กรรมเจ้าชะตาธรรมชาติ die of natural cause
SA+SA-MA ถึงแก่กรรมเจ้าชะตามีกรรม die of misfortune หรือ die of accident
AR+HA-JU ถึงแก่กรรมเจ้าชะตาหลับไป die during sleeping
UR+NE-AR ถึงแก่กรรมฉับพลัน sudden death
SU+ZE-MO ถึงแก่กรรมด้วยความร้อน die of heat
MA+SA-MC การถึงแก่กรรมตามอายุขัย die of natural cause
MA+SA-KR บิดาถึงแก่กรรมก่อน เพศชายในครอบครัว father died earlier than mother, male family member
SU+SA-ZE มารดาแก่กรรมก่อน เพศหญิงในครอบครัว mother died earlier than father, female family member
AR/MA การบาดเจ็บ trauma
AR+MA-UR การบาดเจ็บ trauma
AR+MA-UR การบาดเจ็บสาหัส severe trauma
SA+ZE-MA การถึงแก่กรรมด้วยพลังงาน die of physical energy
SA+AD-MA การถึงแก่กรรมพลังงาน die of physical energy
SU+ZE-JU การตั้งครรภ์ การเกี่ยวข้อง pregnancy
SU+ZE-JU การตั้งครรภ์ การเกี่ยวข้อง pregnancy
MO+JU-ZE การเจริญเติบโตของครรภ์ (ชายระบบสืบพันธ์) fetal development: fetal แปลว่าตัวอ่อนในครรภ์
MO+VE-PL การเจริญเติบโตของครรภ์ (การพัฒนาการการสืบพันธ์) fetal development: fetal แปลว่าตัวอ่อนในครรภ์
MO/VE การมีครรภ์ (ชายการมีบุตร) pregnancy
MO+JU-SU มีครรภ์และบุตรในครรภ์เป็นเพศหญิง pregnancy with female fetus : fetus แปลว่า ตัวอ่อน
SU+MO-JU กำเนิดทารกเป็นเพศชาย male baby
SU+MO-JU กำเนิดทารกเป็นเพศหญิง female baby
MA+UR-SA คลอดด้วยการผ่าตัด (ชายการผ่าตัดข่องท้องล่าง) caesarean section
sa+ha-ze โรคกรรมพันธุ์ hereditary diseases, genetic disorder
ma+ur-sa โรคกระดูกผุ osteoporosis
ma+ad-ha โรคกระเพาะอาการหนัก dyspepsia
sa+ne-ju อาการทางปอด lung symptom
sa+ne-mo ระบบมดลูก(ชายระบบสืบพันธ์) female reproductive system
su+ne-sa ระบบโลหิตไม่ดี hematologic problem
su+ha-ma ระบบโลหิตมีปัญหา hematologic problem
sa+ne-me ระบบสมองไม่ปกติ brain disability
ha+po-sa อาการทางจิต mental illness
su+ha-mo โรคทางใจ mental illness
su+ze-ha อาการที่เกี่ยวกับการคลอดบุตร (ชายการทำบุตร) labor pain (เจ็บท้องคลอดลูก)
su+me-ha การเจ็บป่วยของคนอายุต่ำกว่า pediatric illness
ar+ha-ju อาการทางตับ liver symptom, impaired liver function
ar+ne-ma โรคที่มีการติดต่อ contagious disease, infectious disease
ma+ne-kr โรคที่เกิดจากสายโลหิตพ่อ paternal hereditary disease
ar+ha-vu โรคติดต่อที่ร้ายแรง severe infectious diseases
ma+ne-ha อาการนอนไม่หลับ insomnia
me+ne-sa อาการนอนไม่หลับยาวนาน chronic insomnia
su+ha-me โรคทางใบหน้า หรือแผลเป็น facial skin lesion (รอยโรคบนใบหน้า)
facial disfigurement (การทำให้ใบหน้าเสียโฉม)
sa+ne-ve โรคประจำตัว underlying medical condition
su+su-ne โรคประจำกาย underlying medical condition
ne-ha-mo มีน้ำในสมอง สมองปวม hydrocephalus (โรคน้ำคั่งในโพรงสมอง)
ar/ha การติดเชื้อ epidemic disease (ระบาดในกลุ่มประขากร)
su+ha-ap การติดเชื้อทั่วไป epidemic disease (ระบาดในกลุ่มประขากร)
ne+ne-sa การติดเชื่อจากคนหมู่มาก pandemic (ระบาดทั้งทวีปหรือทั่วโลก)
sa/ha การเจ็บป่วยจากการติดเชื้อ epidemic disease (ระบาดในกลุ่มประขากร)
sa+ne-ar การติดเชื้อทั่วไป epidemic disease
sa+ne-ur การติดเชื้อแบบฉับพลัน emerging disease
sa+ne-ha การติดเชื้อจากคนหมู่มาก epidemic disease
ne+ne-ha การติดเชื้อจากคนหมู่มาก pandemic (ระบาดทั้งทวีปหรือทั่วโลก)
sa/ne โรคร้ายแรง extremely severe disesae
pl+ha-su โรคป่วยยาวนาน chronic illness
sa+ne-ad การป่วยยาวนานที่นำไปสู่ความสิ้นชีวิต die of chronic illness
su+ne-ur อาการทางสมอง การชัก brain symptom, epilepsy
sa+ne-ha อาการทางลำไส้ bowel symptom
ve+ne-sa การติดเชื้อจากสตรี female genital disease
ma+ne-mo สมองตีบ ischemic stroke (เส้นเลือดสมองตีบ)
obstructive hydrocephalus (น้ำคั่งในสมองจากทางเดินน้ำไขสันหลังตีบตัน)
ar+ur-su ระบบเส้นประสาท nerve net (ร่างแหประสาท)
su/ur ระบบประสาท nervous system
su+ur-pl ระบบความจำเสื่อม nervous system
ma+ne-ad โรคหวัด ภูมิแพ้ common cold
ma+ha-ad ภูมแพ้ allergy
su/me ปัญญาอ่อน สมองไม่เจริญตามตัว mental retardation
su/ve อาการรักสวยงามต่างเพศ หลงเพศ (Transsexualism)
su/ma ความกังวลความเครียด anxiety
su/ju ร่างกายสมบูรณ์เกิน อ้วนลงพุง(obesity)
su/sa ความผิดปกติทางร่างกายภายนอก ไม่สมประกอบ คนพิการ( handicapped)
su/ur อาการทางประสาท ความตึงเครียด mental stress
su/ne อาการที่ร่างกายไวต่อสิ่งแปลกปลอม hypersensitivity
su/pl อาการเกี่ยวกับทางเดินอาหาร หรือ ก้อนเนื้องอก gastrointestinal symptom or tumor
su/as อาการติดเชื่อจากประชาชน community-acquired infectious disease
su/mc อาการทางจิต mental symptom หรือ phychic symptom
mo/mc อาการทางความรู้สึกไว้เกิน hypersensitive
mo/ve การมีครรภ์ (ชายการมีบุตร) impregnation, having a child
mo/ma อาการทางอันว่องไว มีความฉลาดเกินตัว สมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorders (ADHD))
mo/pl อาการทางสมองที่พัฒนาการเกินตัว อัจฉริยะ (genius)
mo/sa อาการซึมเศร้าทางจิต depression
moi/ne อาการทางหลับใน สติไม่สมบูรณ์ sleep without closing eyes, stupor
mo/pl อาการทางสมอง เคมีในสมองไม่ปกติ brain chemical imbalance
as/mo อาการย้ำคิดย้ำทำ obsessive-compulsive disorder
mc/mo อาการที่กระทำโดยจิตไร้สำนึก สัญชาติญาณ ( instinct)
me/ve อาการผิดปกติทางเพศ sexual disorder
me/ma อาการทางการใช้กำลัง บาดเจ็บจากการออกกำลังกาย ( physical stress หรือ Overtraining Syndrome)
me/ju อาการพุดไม่ปกติ speech disorder
me/sa อาการทางจิตไม่ปกติ ทำร้ายตัวเอง self-injury หรือ self-harm
me/ur อาการทางประสาท ความกังวลทางจิต anxiety
me/ne อาการทางความคิดสับสน ไม่เป็นตัวเอง สูญเสียความมั่นใจในตนเอง (loss of confidence), ลังเล( hesitation)
me/pl อาการทางการพัฒนาการสมองไม่ปกติ abnormal brain development
me/as อาการทางจิต การตอบสนองไม่ปกติ โรคเครียดจากการปรับตัวไม่ปกติ (adjustment disorder)
me/mc อาการเกี่ยวกับจิตที่เศร้าหมอง depression
ve/ma กิจกรรมทางการสืบพันธ์ เพศสัมพันธ์( sexual intercourse)
ve/ju อาการทางจิต หลงตัวเอง อาการหลงผิด (delusion)
ve/sa อาการชอบความรุ่นแรง sadist
ve/ur ความรุ่นแรงทางด้านจิต psychic violence
ve/ne อาการทางเพศไม่ปกติ sexual disorder
ve/pl อาการทางเกี่ยวกับตับ liver symptom, impaired liver function
as/ve อาการทางเกียวกับเต้านม breast symptom
mc/ve อาการเกี่ยวกับมดลูก ชาย น้ำเชื้อไม่ปกติ uterine symptom
ma/sa การถึงแก่กรรม โดยอุบัติเหตุ die of accident
ma/ur ได้รับการบาดเจ็บอย่างรุนแรงทางกาย severe physical injury
ma/ne การติดเชื้อจากของเหลว ติดเชื้อจากการให้เลือด (transfusion transmitted disease)
ma/pl เนื้องอกต่างๆ tumor
as/ma การบาดเจ็บโดยทุกทำร้าย assault
mc/ma พลังจิต เนือผู้อื่น psychic ability
JU/SA อาการทางตับไม่ปกติ chronic liver stigmata
ju/ur โรคตับผิดปกติ liver disease
ju/ne การทำงานตับไม่ปกติ impaired liver function
ju/pl นิ่วในถุงน้ำดี gall stone
as/ju ตับวาย liver failure
sa/ur ปวดฟัน toothache
sa/ne กระดูกกดทับเส้นประสาท โพรงกระดูกสันหลังตีบ (spinal stenosis)
หมอนรองกระดูกทับเส้น ( vertebral disc herniation)
sa/pl ปัญาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ bladder disorder
as/sa ปัญหาด้านการฟังเสียง hearing problem
mc/sa อาการซึมเศร้าทางจิต depression
จุดสุขภาพ
sa/ne อาการทางม้าม splenic symptom
ur/pl ความดันโลหิตสูง hypertension
as/ur อาการปวดเข่า knee pain หรือ knee arthralgia
mc/ur ความดันต่ำ hypotension
ne/pl อาการทางนิ้วเท้า นิ้วเท้าผิดรูป ( foot finger deformity)
as/ne ฝ่าเท้ามีปัญหา ฝ่าเท้าผิดรูป ( plantar deformity)
mc/ne อาการการทรงตัว ความผิดปกติของระบบการทรงตัว (Vestibular System Disorder)
as/pl เนื้องอกต่างๆ tumor
mc/pl การเพิ่มของเนื้อร้าย tumor metastasis
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
ระบบดูตรวจดวงชะตาแบบเรือนชะตา
เป็นระบบหนึ่งของโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยน ซึ่งให้ความแม่นยำสูงและละเอียดระดับหนึ่งถ้าท่านเข้าใจมันอย่างลึกซึ้งการดูแบบเรือนชะตาก็จะบอกรายละเอียดต่างๆ ให้เราทราบได้เช่นเดียวกับระบบการวัดเชิงมุมที่เราศึกษากันอยู่
การดูดวงแบบระบบเรือนชะตามีหลักง่าย ๆ ดังนี้ ก่อนอื่นเราก็ตรวจดวงชะตาของเจ้าชะตาเสียก่อนโดยดูว่าเจ้าชะตาเป็นหญิงหรือเป็นชาย ถ้าเป็นชายเราก็ต้องตั้ง จุดเส้นแบ่งเรือน 3-4 ไว้ที่อาทิตย์กำเนิด ถ้าเป็นหญิงให้ตั้งจุดเส้นแบ่งเรือน 9-10 ไว้ที่จันทร์กำเนิด แล้วให้สังเกตดูว่าเรือนที่หนึ่งเค้าไปตกอยู่ตำแหน่งใด ก็จะเป็นเรือนที่หนึ่งของเจ้าชะตาเราก็เริ่มอ่านจากเรือนที่หนึ่งก่อนโดยอ่านว่ามีดาวอะไรอยู่ในเรือนที่หนึ่ง โดยเอาดาว บวก กับเรือน เรือนที่หนึ่งหนึ่งคือตัวเจ้าชะตา ดาวเป็นตัวขยาย เช่นมีอังคารอยู่ในเรือนที่หนึ่งก็จะแบบได้ว่าเจ้าชะตาเป็นคนใจร้อน เจ้าอารมณ์ หรือไม่อยู่นิ่งชอบหากิจกรรมมาทำตลอด หรือเป็นไปตามดาวอังคาร ถ้ามีดาวอะไรเข้าอยู่ร่วมด้วยก็ผสมเข้าไปและอ่านออกมา ให้ท่านสังเกตว่าเรือนที่หนึ่งไปตกอยู่ในราศีอะไรที่อยู่ด้านหลังเราก็เอามาประกอบการพยากรณ์ได้เช่นเดียวกัน เช่นเรือนที่หนึ่งตกอยู่ในราศีกันย์ เค้าก็มีกรรมเก่าหรือมีอุปนิสัยที่เจ้าทำงาน เจ้าระเบียบ ระวังภัย มีความละเอียดในการทำงาน ไว้ใจคนยาก ซึ่งเป็นกรรมเก่าของเค้าที่แก้ไม่หาย เค้าก็เป็นทุกข์ เป็นคนเอาจริงกับชีวิต เอาความหมายของราศีมาประกอบได้เช่นกัน การอ่านเรือนชะตา ท่านต้องมีความละเอียดหน่อยในการอ่านดาว แต่จะง่ายกว่าการวัดเชิงมุม เพราะมีเรื่องอยู่แค่ 12 เรื่อง หรือ 12 เรือนชะตาใหญ่ที่คนมาถามก็จะอยู่ใน 12 เรื่องนี้เป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าถามนอกเหนือจาก 12 เรื่องนี้เราก็สามารถใช้จุดอิทธิพลเข้ามาเสริมได้เช่นเดียวกัน โดยดูทั้งเรือนและจุดอิทธิพลเจ้าไปด้วยเลย
หนึ่งถ้ามีดาวเคราะห์ดวงใด สถิตอยู่ระหว่างเส้นแบงเรือนถือว่าดาวนั้นส่งอิทธิพลถึงเจ้าชะตาได้เลยไม่ต้องไปดูว่าอยู่ในเรือนอะไรได้เลย เหมือนการดูดาวสันโดษ และมีความรุ่นแรงต่อเจ้าชะตาด้วย เพราะเส้นแบ่งราศีจะมีความรุนแรงเหมือนเส้นแบ่งราศีเช่นเดียวกัน
เรามาเริ่มอ่านเรือนที่หนึ่งกันใหม่ก่อนอื่นเรือนที่หนึ่งเราจะอ่านเรือนหนึ่งกับเรือนสะท้อนของเรือนที่หนึ่งไปด้วยก็ได้หรืออ่านเรือนที่หนึ่งผสมกับกับ เรือนที่ 1 4 7 10 เป็นการขยายเรือนที่หนึ่งได้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยเราดาวที่อยู่ในเรืนอ 1 4 7 10 มาผสมกันและสรุปเป็นคำแปลออกมา ถ้าในเรือนทั้ง 10มีดาวไม่ดีอยู่เจ้าชะตาก็มักไม่ประสพความสำเร็จในชีวิตเท่าที่ควร แต่ถ้ามีดาวดี ๆ สถิตอยู่ใน เรือนทั้งสี่มาก ก็จะแปลได้ว่าเจ้าชะตาเป็นบุคคลที่เกิดมามีบุญบารมี หรือมีโชคลาภกรรมเก่าไม่ค่อยมีติดมามากนัก และถ้ามีดาวร้าย ๆ มาก ๆ ก็แบบว่ามีเคราะห์กรรมติดมามากต้องมารับกรรมในชาตินี้กันต่อไป อย่างหนีไม่พ้นกันเลย ใหม่ ๆ ท่านอาจตีความยากสักหน่อยแต่ถ้าท่านดูมันไปบ่อย ๆ ท่านจะเริ่มมีความชำนาญมากขึ้นและจะดูง่ายขึ้น จุดแรกเราต้องดู เรือนทั้งสี่ก่อน เป็นหลักเสียก่อนต่อไป เจ้าชะตาถามเรื่องอะไรเราก็ไปดูตามเรือนนั้น เช่นเจ้าชะตาต้องการดูเรื่องการเงินในพื้นดวงเค้าว่าจะเป็นอย่างไรเราก็ไปดูที่เรือนที่สองซึ่งเป็นเรือนเกี่ยวข้องกับการเงินในพื้นดวงของเจ้าชะตา ถ้ามีดาวดี ๆ อยู่การเงินของเจ้าชะตาก็จะส่งผลดีคือมีเงินมีทองไม่ตกอบหรือไม่ต้องหาเงินด้วยความยากลำบาก แต่ถ้ามีดาวร้าย เช่นดาวอังคาร หรือดาวเสาร์อยู่เราก็อาจถามเจ้าชะตาไปว่าเค้าเป็นคนเก็บเงินไม่อยู่หรือหาเงินด้วยความยากลำบากใช้หรือไม่ และไปดูเรือนสะท้อนเพิ่มเพื่อบอกรายละเอียดของเรือนที่สองได้อีกด้วย
หลักในการดูอีกแบบหนึ่งคือดาวที่อยู่ในเรือนทำมุมกับดาวเคราะห์ดวงอื่น เช่นในเรือนที่ สอง ซึ่งเป็นเรือนการเงินมีดาวอังคารอยู่และไปทำมุมถึงดาวพฤหัส 45 องศา เราก็เอามาแปลงได้เช่นเดียวกัน ก็จะแปลได้ว่าเจ้าชะตาหาเงินได้ไม่ยากมีเงินเข้ามาอยู่เนื่อง ๆ การเงินไม่ขาดมือเป็นต้น หรือไปทำมุมถึงจุดอิทธิพลที่เราตั้งขึ้นมาก็บอกได้เช่นเดียวกัน ถ้าเราตั้งจุดสูญเสียเงินเพราะการกู้ยืมเจ้าชะตาก็จะเงินหมดไปเพราะการให้กู้ยืมเป็นต้น ถ้าเจ้าชะตาอยากรู้เรื่องอะไรเราก็ไปดูในเรือนนั้นได้เลยและอ่านดาวที่อยู่ในเรือนนั้นว่าดีหรือมีดาวร้ายอยู่ ใช้วัดมุม หรือจุดอิทธิพลเข้ามาช่วยด้วยก็ได้
การดูเรือนชะตาเราก็สามารถดูเรือนชะตาจรรายปีได้อีกด้วย โดยตั้งดาววงนอกไว้ที่ดวงรายปี คืออาทิตย์จรทับอาทิตย์กำเนิดหรือดวง sola return ก็ได้ และอ่านดาววงนอกเข้ามาในเรือนอะไรเราก็แปลดาวจรผสมกับเรือนชะตาได้เลยมันก็จะบอกเหตุการณ์ปีนี้ว่าเจ้าชะตาจะเกิดอะไรขึ้นในปีนี้ ในการดูดวงรายปีเราดูดาวจรอย่างเดียวก็ได้หรือจะเอามาผสมกับดาวในพื้นดวงก็ได้ มันก็จะบอกรายละเอียดมากยิ่งขึ้น และสามารถทำการวัดเชิงมุมได้เช่นเดียวกัน หรือตั้งจุดอิทธิพลวงนอกเข้าไปและให้ดูดาวเข้ามุมหรืออยู่ในเรือนใดก็ได้
การดูแบบเรือนชะตาเป็นการดูแบบคร่าว ๆ เท่านั้น ความแม่นยำอาจสู้การวัดมุมไม่ได้แต่ก็เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ทำให้เราดูดวงได้ง่ายขึ้นเป็นการเริ่มดูครั้งแรก ๆ ก่อนที่จะตรวจเชิงมุมต่อไป ใช้สำหรับในการดูดวงทั่ว ๆ ความเที่ยงตรงในระบบเรือนชะตาก็อยู่ในระดับ 80 เปอร์เซ็นต์ เข้าไปแล้วก็ถือว่านำไปใช้ได้เลยถ้าท่านมีความชำนาญ ข้าพเจ้าอยากแนะนำสำหรับผู้ที่จะเป็นนักโหราศาสตร์มืออาชีพ ไม่ควรมองข้ามเรื่องเรือนชะตาไป เพราะมันจะช่วยให้เราทำงานได้ง่ายคนมาหาไม่ต้องเสียเวลานานมากก็รู้เรื่องของเจ้าชะตาได้เรียบร้อยแล้ว และถ้าต้องการรู้อย่างละเอียดเราก็ไปดูการวัดมุมอีกเป็นการตัดสินลงไป เพราะการดูทั้งสองระบบนี้จะไม่ขัดแย้งกันมันจะเป็นไปในทางเดียวกันเสมอเพราะศาสตร์ทั้งสองมาจากคนคิดคนเดียวกันมันจะขัดแย้งกันไม่ได้แต่ถ้าเราไม่เข้าใจมันดีก็อาจทำให้เราดูเหมือนมันขัดแย้งกัน แต่ถ้าท่านเข้าถึงวิญญาณมันแล้วมันก็คืออันเดียวกันนี่เอง เพียงแต่อยู่ที่มุมมองของนักโหราศาสตร์แต่ละคน
ในกรณีที่ท่านยังอ่านดาวในเรือนไม่ออกให้ใช้ คำแปลจาก dic ดาวที่ให้ไปใช้อ่านดูท่านจะเข้าใจไดดีขึ้น
เรือนชะตาในระบบยูเรเนี่ยน เราจะนำจุดเจ้าชะตามาทำเป็นเรือนได้หมด และให้ความหมายที่แตกต่างกันไป ซึ่งแต่ละเรือนก็จะบอกรายละเอียดของเจ้าชะตาในแง่มุมต่าง ๆ กันออกไป ส่วนมากเราจะใช้เรือนอาทิตย์ กับ เรือนจันทร์ เป็นส่วนใหญ่ ถ้าเราต้องการดูเรื่องจิตใต้สำนึกเราก็ไปดูเรือนเมริเดียน ใช้เส้นแบ่งเรือน 9-10 ไปตั้งไว้ที่ เมริเดียนกำเนิด ถ้าเราอยากทราบเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของเจ้าชะตาเราก็ไปดูเรือนลัคนา โดยเราเส้นแบ่งเรือน 1-12 ไปตั้งไว้ที่ลัคนากำเนิด ถ้าต้องการดูคนใกล้ชิดให้ดูเรือนที่เรือนราหู โดยใช้เส้นแบ่งเรือน 1-12 ไปตั้งไว้ที่ราหูกำเนิด ก็จะบอกถึงความสัมพันธ์ของเจ้าชะตากับคนใกล้ชิด
หนึ่งเรือนชะตาความจริงก็มาจากราศีนั้นเอง ถ้าท่านมีความแม่นยำเรื่องราศี เรือนชะตาก็ไม่ใช่ของยากสำหรับท่านที่จะทำความเข้าใจ ถ้าเราตั้ง เรือนที่ 1 ไว้ที่ราศีเมษ เราก็ได้เรือนชะตาเมษได้อีกก็จะบอกเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับเจ้าชะตาที่อยู่ในโลกใบนี้ได้เช่นเดียวกัน บางครั้งเราดูเรือนชะตาเมษอย่างเดี่ยวก็เพียงพอแล้วสำหรับภาพรวมของเจ้าชะตาที่เกิดในโลกนี้ได้เช่นเดี่ยวกัน แต่ถ้าท่านต้องการรายละเอียดให้มากขึ้นก็แยกไปดูเรือนตามจุดเจ้าชะตาที่ข้าพเจ้าอธิบายไว้แล้ว
เรื่องเรือนชะตายังไม่หยุดอยู่แค่นี้ยังมีลูกเล่นอีกมากมายไม่แพ้การวัดเชิงมุมที่เราเรียนกันอยู่แต่ขอให้ท่านทำความเข้าใจเรื่องเรือนชะตาให้แม่นยำและมีความชำนาญมากๆ แล้วจะมีเรื่องที่จะพูดอีกมากเกี่ยวกับเรือนชะตาภาพพิเศษ
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
การตรวจเรื่องการเงิน
ในต่างประเทศเขาไม่แยกการตรวจ แต่เขาจะทำการเช็คเรื่อง การงาน เป็นหลัก เพราะถ้าการงานไม่ดี เงินย่อมไม่ดี หากงานดี เงินก็ย่อมดีด้วย เป็นของธรรมดา ตรวจเรื่องงานจึงทราบเรื่องเงินอยู่แล้ว
เพราะเฉพาะนั้น การตรวจเรื่องการเงิน จึงตรวจหลังจากการตรวจเรื่องการงานเสมอไป ปัจจัยที่แสดงว่า “เงิน” ในดวงชะตา คือ ศูนย์รังสี หรือ จุดอิทธิพล ที่มีจุดเจ้าชะตากับพฤหัส หรือ ศูนย์รังสีของ พฤหัส/มฤตยู ( ทั้งนี้รวมทั้ง สัมพันธ์ระหว่าง พฤหัส กับ มฤตยู อื่น ๆ เช่น พฤหัส+มฤตยู พฤหัส- มฤตยู ฯลฯ ด้วย ) ปัจจัยที่แสดงถึง “เงิน” ดังเช่น
พฤหัส กับ มฤตยู ถือว่าเป็นปัจจัยหลัก
เช่น พฤหัส/มฤตยู พฤหัส+พฤหัส – มฤตยู มฤตยู+มฤตยู-พฤหัส
พฤหัส กับ เมษ
เช่น เมษ/พฤหัส เมษ+เมษ-พฤหัส
พฤหัส กับ จุดเจ้าชะตา
เช่น พฤหัส+พฤหัส-อาทิตย์ อาทิตย์/พฤหัส
และก็ตามทีได้กล่าวมาแล้ว พฤหัส/มฤตยู สัมพันธ์ถึงจุดเจ้าชะตา การเงิน ก็ไม่น้อยหน้าใคร ๆ
และยังมีเรื่องความมั่งมีอีกคือ อสังหาริมทรัพย์ ปัจจัยที่ใช้มาก คือ
อาทิตย์/แอดเมตอส แปลว่า ที่ดิน
พฤหัส/เสาร์ แปลว่า บ้าน หรือ อาคาร
การมีโชคจากที่ดิน ใช้สูตร
เมษ+แอดเมตอส-พฤหัส (สัมพันธ์กับ จุดเจ้าชะตา)
อาทิตย์+แอดเมตอส-พฤหัส ก็พอใช้ได้เหมือนกัน แต่สูตรบนเป็นสูตรหลักสำหรับการมีบ้าน จุด บ้าน คือ พฤหัส/เสาร์ ต้องสัมพันธ์ถึง จุดเจ้าชะตา หรือจุดสะท้อนของจุดนี้
ถ้าถามถึงเรื่องการมีรถยนต์ ตามหลักของวิชาโหราศาสตร์ ผู้ที่จะมีรถหรือยวดยานใช้เป็นของตนเอง ตามปกติจะเป็นผู้ที่บิดามารดาเคยมียานพาหนะจำพวกนี้มาก่อนแล้ว ดังเช่น บิดามีเรือ (เรือ อะไรก็ได้ บุตรก็มักมีรถใช้ หรือบิดามีเกวียน พอถึงชั้นบุตร บุตรก็อาจมีรถใช้ หรือได้นั่งเครื่องบิน ดังนี้เป็นต้น ซึ่งมาตามหลักของปรัชญาของโหราศาสตร์) จุดที่แปลว่า รถยนต์ คือ สัมพันธ์ระหว่างจันทร์กับพุธ ทั้งปวง ดังเช่น
จันทร์+ พุธ หรือ จันทร์/พุธ
จันทร์+จันทร์-พุธ
พุธ+พุธ-จันทร์
สัมพันธ์ถึง จุดเจ้าชะตา ซึ่งอาจเป็นจุดสะท้อนก็ได้ ไม่ควรลืมจุดดาวสะท้อนเป็นอันขาด
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
ระบบเรือนชะตาทั้ง 12 เรือนชะตา
เรือนที่ 1 ตัวเรา สิ่งแวดล้อม จะบ่งบอกถึงเราเป็นใคร มีชีวิตเป็นอย่างไร
เรือนที่ 2 การได้มา รับเข้ามา ทรัพย์สมบัติ การกักตุน เงินทอง
เรือนที่ 3 เกี่ยวกับญาติพี่น้อง การติดต่อ การเดินทางในระยะใกล้ ๆ
เรือนที่ 4 เกี่ยวกับบ้านที่อยู่อาศัย ที่ดิน บิดามารดา
เรือนที่ 5 เกี่ยวกับบุตร บริวาร คนที่อายุต่ำกว่า
เรือนที่ 6 เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ การงาน ลูกน้อง
เรือนที่ 7 เกี่ยวกับคู่ครอง คู่แข่ง หุ้นส่วน
เรือนที่ 8 เกี่ยวกับการสูญเสีย ความตาย
เรือนที่ 9 เกี่ยวกับการเดินทางไกล ปัญญา การขยายตัวออกไป
เรือนที่ 10 เกี่ยวกับการงา ตำแหน่งหน้าที่การงาน อาชีพที่ทำ
เรือนที่ 11 เกี่ยวกับโชคลาภ ความสมหวัง มิตรแท้
เรือนที่ 12 เกี่ยวกับเบื้องหลัง กักขัง ศัตรู การสูญเสีย การจากโลกนี้ไป
ความหมายเกี่ยวกับราศีที่มาของเรือนชะตา
ราศีเมษ การผจญภัย กล้า ริเริ่ม บุกเบิก ใจกล้า
ราศีพฤษ วัตถุนิยม บริโภค ความสมบูรณ์
ราศีมิถุน ความรอบรู้ การคล่องตัว การติดต่อสื่อสาร การเจรจา
ราศีกรฏ การอ่อนไหว ความรู้สึกไว ชาตินิยม
ราศีสิงห์ การชอบอิสระเสรี เด่น เป็นผู้นำ ฟุ้เฟ้อ
ราศีกันย์ ช่างสังเกต เรียบง่าย ขยัน ถูกเอาเปรียบ
ราศีตุลย์ เป็นคนรักสงบ น่ารัก ศรัทธา ศิลป
ราศีพิจิก นักสู้ การสละ เด็ดเดี่ยว ล่วงรู้
ราศีธนู นักปรัชญา เห็นการไกล ศาสนา การเดินทาง
ราศีมังกร จริงจัง อนุรักษ์นิยม ทุกข์ กังวล
ราศีกุมภ์ สมัยนิยม ตื่นตัว ญาณ
ราศีมีน เวิ้งว้าง วิเวก จินตนาการ การไปสู่นิพาน
เราสามารถตั้งเรือนชะตาไว้ที่ ราศีเมษได้ ราศีเมษก็เป็นเรือนที่ 1 ใน เราเรียกว่าเรือนชะตาทั่วไป
แต่ถ้าเราต้องการดูความเป็นไปของโลกเราต้องตั้งเรือนที่ 1 ไว้ที่ราศีตุลย์ เป็นเรือนที่ 1 การศึกษาเรื่องเรือนชะตาเป็นเรื่องที่ระเอียดอ่อนพอสมควรเราต้องเข้าใจในหลาย ๆ เรื่องถึงจะดูเรือนชะตาให้แม่นยำ เรือนชะตาแบ่งออกไปอีกหลายเรือน และมีเรือนสะท้อน เข้ามาประกอบด้วย ตอนนี้ท่านทำความเข้าใจเรื่องเรือนชะตาทั้ง 12 เสียก่อนแล้วจะอธิบายเรือนชะตาที่ละเอียดกันต่อไป
เราสามารถแบ่งเรือนชะตาออกเป็น 7 เรือนชะตา
โดยการนำเอาจุดเจ้าชะตามาทำเป็นเรือนชะตาซึ่งจะให้ความละเอียดแม่นยำยิ่งขึ้นในการพยากรณ์
เรือนชะตาที่ 1 เรือนชะตาเมริเดียน เราตั้งจุดกึ่งกลางระหว่างเรือนที่ 9-10 ไว้ที่จุดเมริเดียนในพื้นดวงท่านก็จะได้เรือนชะตาเมริเดียน ซึ่งไว้ตรวจดูเรื่องอุปนิสัยที่ไร้สึกนึก (ตัวกู) ว่าเค้าเป็นคนอย่างไร แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่าเรือนชะตามเริเดียนเป็นเรือนชะตาที่ละเอียดอ่อนมากก่อนดูต้องทำการปรับเวลาเกิดให้ถูกต้องเสียก่อนถึงจะนำมาใช้ได้ไม่แล้วจะไม่เป็นประโยชน์ในการดูและจะไม่บอกเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวเขามากนักจะผิดพลาดไปเลย
เรือนชะตาที่ 2 เรือนชะตาลัคนา เราตั้งจุดกึ่งกลางระหว่างเรือนที่ 1-12 ไว้ที่ ตำแหน่งลัคนาในพื้นดวงเราก็จะได้เรือนชะตาลัคนาไว้ดูสภาพแวดล้อมของตัวเขาที่เกิดมาบนโลกนี้ว่าเป็นอย่างไร การดูเรือนชะตานี้ต้องถูกปรับเวลาเกิดก่อนถึงจะดูได้ ไม่แล้วจะคลาดเคลื่อน
เรือนชะตาที่ 3 เรือนชะตาราหู เราตั้งจุดกึ่งกลางระหว่างเรือนที่ 1-12 ไว้ที่ตำแหน่งราหูในพื้นดวง เรือนชะตาราหูนี้จะบอกเรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลใกล้ชิดตัวเขาว้าเป็นอย่างไรเช่นญาติพี่น้อง เพื่อสนิท ฯลฯ
เรือนชะตาที่ 4 เรือนชะตาจันทร์ เราตั้งจุดกึ่งกลางระหว่างเรือนที่ 9-10 ไว้ที่ ตำแหน่งจันทร์ในพื้นดวง เรือนชะตาจันทร์นี้จะบอกเรื่องเกี่ยวกับตัวเจ้าชะตาบุคคลเพศหญิง ในการเช็คดวงสตรีเราจะต้องตั้งเรือนชะตาจันทร์จะบอกเรื่องเกี่ยวกับตัวเค้า
เรือชะตาที่ 5 เรือนชะตาอาทิตย์ เราตั้งจุดกึ่งกลางระหว่างเรือนที่ 3-4 ไว้ที่อาทิตย์กำหนด เรือนชะตาอาทิตย์จะบอกเกี่ยวกับบุคคลเพศชาย หรือร่างกายของสตรี ถ้าเป็นดวงชะตาชายเราจะตั้งเรือนอาทิตย์ไว้ตรวจดูพื้นดวงและดาวจรของเค้า ส่วนเรือนจันทร์ไว้ดูภรรยาของเค้าและบุคคลเพศหญิงในครอบครัวของเขาได้เช่นเดียวกันในทางกลับกันถ้าเป็นดวงสตรีก็ใช้ในทำนองเดียวกัน
การดูเรือนชะตาก็เดือนกับการดูแบบการวัดมุม เช่นเดียวกัน เราสามารถตั้งจุดอิทธิพล และศูนย์รังสีเข้าไปดูก็ได้ หรือใช้โค้งก็ได้ และดูรายปีก็ได้เช่นเดียวกัน และสามารถดูรายเดือน รายวัน ชม. นาที ได้เช่นเดียวกัน ขั้นตอนการดูจะมีขั้นตอนเหมือนกับการดูแบบเชิงมุม คือเราจะต้องดูรายปีก่อนว่าปีนี้มีอะไรเกิดขึ้นไหม แล้วค่อยไปดูรายเดือน ฯลฯ ต่อไป ท่านควรผ่านการศึกษาเรื่องดูแบบเชิงมุมมาแล้วถึงจะเข้าใจดูยิ่งขึ้น ไม่แล้วท่านจะทำความเข้าใจยากสักหน่อย
เรือนชะตา 6 เรือนชะตาโลก ให้ตั้งเรือนที่ 1 ไว้ที่ราศีตุลย์ เป็นเรือนชะตาที่ดูเกี่ยวกับการเมือง การเกิดภัยธรรมชาติบนโลกนี้ ซึ่งต้องศึกษาอย่างลึกซึ้งกันอีกที
เรือนชะตาโลก เราจะเอาเรือนที่ 1 ไว้ที่ราศีตุลย์ เรือนชะตาโลกนี้ไว้ดูดวงเมืองหรือดูดวงประเทศทั้งหลายไม่เหมาะในการดูดวงชะตาคนเรื่องของเรือนชะตายังไม่จบเพียงแค่นี้เรายังสามารถนำดาวต่าง ๆ มาทำเป็นเรือนชะตาได้ เช่น เรือนพฤหัส ไว้ดูเกี่ยวกับโชคลาภเป็นต้น
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•
ดาวที่นายวิเตอร์คิดขึ้นดาวเป็นดาวทิพย์
Cu = ve= no=ราศีตุลย์ ขาว ท้วม หน้ากลม
ศิลปะ ครอบครัว หุ้น หมู่คณะ ถ้ามีเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวต้องมีดาว cu มาเสมอ การแต่งงานดีไหมถ้า cu ทำมุมถึงเสาร์ ครองครอบที่ไม่ราบรื่น หรือ cu ถึง ne ครอบครัวที่สลายตัว ผักชีรวยหน้า
โคจรรอบจักรราศี 262.5 ปี ราศีละ 21 ปี 10 เดือน 15
Ha = sa =mo =ราศีกันย์ ผอม บาง ผิวคล้ำ
มีคุณสมบัติ เหมือดาวเสาร์ เก่าแก่ ขัดสน สกปก ยาวนาน เจ็บป่วย ขาดแคลน ผอมวัน ha/ap เกี่ยวกับไสยาศาสตร์ หรือมีของดีในตัว
โคจรรอบจักรราศี 360.66 ปี ราศีละ 30 ปี 7 เดือน 28 วัน
Ze = ma =kr=พิจิก สูงใหญ่ มีเนื้อ มีกล้ามเนื้อ
แปลว่ากำดำเนินการ อังคาร เป็นการกระทำทั่ว ๆ ไป ส่วน ze เป็นการกระทำที่ มีการวางแผน กึ่งทหาร การดำการแบบมีแผน ตัวอย่าว ze+kr,ze/kr จุดนายพล โคจรรอบจักรราศี ความร้อน สัมพันธ์ถึงเสาร์ ไฟไหม้ ระเบิด ดินปืน ze แรงต้องระวังเรื่องไฟ และฟ้าฟ้า ความร้อน ช่างเชื่อม ช่างเครื่องยนต์
มีคุณสมบัติของราศีสิงห์: โทสะ พลังเจตนา ดอกไม้ไฟ น้ำมันเชื้อเพลิง การประดิษฐ์ ความเป็นผู้นำ ฟ้าแลบ เครื่องจักร แผนที่ได้รับการกระทำ เครื่องมือทุ่นแรง การวางแผน การผลิต รางรถไฟ ไฟที่บังคับได้ เซ็กซ์ ฟ้าร้อง อำนาจจากเครื่องแบบ อาวุธ สงคราม 455.7 ปี ราศีละ 37 ปี 11 เดือน 21 วัน
Kr=mo+ju=ราศีกรกฏ ผอมสูง ผิวขาว หน้าตาดี
แปลว่าความยิ่งใหญ่ ประปกครองประเทศ นายก ความอิสรเสรี การเลื่อนยศ ปลดย้าย ให้ความรุ่นแรงว่าดาว ju โคจรรอบจักรราศี 521.8 ปี ราศีละ 43 ปี 5 เดิอน 24 วัน
Vu = ma+pl+kr =ราศีเมษ รูปร่างไม่ใหญ่โต มีเนื้อแน่น อาจสูงก็ได้ ไม่อ้วน
ความยิ่งใหญ่ อำนาจอาจ วาสนา การมีอำนาจแบบลับ หรือเปิดเผย พลังงาน โคจรรอบจักรราศี 262.5 ปี ราศีละ 21 ปี 10 เดือน 15 วัน
Ap = ju =ราศีมิถุน รูปร่างมีเนื้อ ร่างใหญ่ อ้วน
มีความหมายถึงการแผ่ขยาย ju เข้า ap ออกไป ความเจริญรุ่งเรือง ur+ap จุดนักโหราศาสตร์ ถ้าเราทุกข์เรื่องไหนเราก็จะมีอาชีพตามความทุกข์นั้น โคจรรอบจักรราศี 631.7 ปี ราศีละ 52 ปี 6 เดือน 30 วัน
Po =ne=ju=ราศีมีน ผอมบาง แห้ง
การคลายตัว การไม่มีตัวตน จิตวิญญาณ po จะมีความแรงกว่าเนปจูน การหลุดพ้น
การหลุดพ้นทางผลทางจิตวิญญาณ 765.3 ปี ราศีละ 63 ปี 9 เดือน 9 วัน
ในกรณีในพื้นพวงไม่มีจุดที่เค้าต้องการเป็นเค้าก็จะไม่ได้เป็นสิ่งนั้น และจุดสะท้อนของจุดอิทธิพลก็มีความรุ่นแรงเท่ากับเงาของจุดอิทธิพล ถ้ามีจุดอิทธิพล ต้องมีจุดสะท้อนเสมอ จะอยู่ตรงข้ามกัน ห้าพันจุดทุกคนมีแต่จุดไหนถึงจุดเจ้าชะตาแรงมากที่สุด เค้าก็จะเป็นจุดนั้น ถ้าในพื้นดวงมีดาวร้าย ๆ แรง เราควรทำตัวเป็นดาวร้าย เช่น ha แรง เราก็ทำงานด้านเกี่ยวกับ ha ขยะ ครู ศาสตร์เร้นลับ ช่วยเหลือคนยากจน เป็นการแก้ทางกัน ถ้าไม่ทำเค้าจะป่วย เราความดูให้เป็นอาชีพ ให้ได้ และทำให้ดี และก็จะไม่มีอะไรกับเจ้าชะตา
•↞•↞•↞•↞☽●☾↠•↠•↠•↠•